การพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงของลัทธิต่างๆทางสังคม

ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงของรูปแบบงานศิลปะหรือแม้แต่จะเป็นทิศทางการเข้าถึงงานต่างๆมีการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างไรก็ตามในยุคปัจจุบันความรู้ความสามารถของศิลปินมีการเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก มีอาคาเดมี่หรือ Museum มากมายเปิดขึ้นมาเพื่อรองรับต่อการศึกษาของผู้ ฉะนั้นการศิลปะได้รับความสนุกสนานอย่างมากยกตัวอย่างเช่น ในประเทศไทยเด็กสามารถเข้าถึงศิลปะได้ง่ายมากยิ่งขึ้นด้วย

การมีหลักสูตรการเรียนการสอนเกี่ยวกับทางด้านศิลปะตั้งแต่วัยประถมอย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้าง ทำให้มีการสร้างสรรค์ผลงานรูปแบบต่างๆที่เพิ่มมา ทุกคนสามารถเข้าถึงหน้าต่างหรือไม่จัดเป็นการสร้างรูปแบบในการติดต่อสื่อสารอย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมจากการโอนนี้ช่วยให้ผู้คนมีการเผยแพร่งานที่ดีมากขึ้นโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่การพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ หรือแม้แต่ใช้อินเตอร์เน็ตรวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆในยุคปัจจุบันก็มีการพัฒนาที่ข้างเยอะจึงทำให้ผู้คนสามารถเข้าถึง

ความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ นี่จึงเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่นิ้วปัจจุบันการเข้าถึงข้อมูลต่างๆเหล่านี้มีการพัฒนาที่ค่อนข้างเยอะผู้คนสามารถเข้าถึงความรู้เกี่ยวกับทางด้านศิลปะหรืองานศิลปะต่างๆได้ง่ายมาก การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างหรือการทำงานต่างๆเหล่านี้จึงมีการเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคม ลัทธิต่างๆเกี่ยวกับศิลปะมีการเกิดขึ้นค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นลัทธิอิมเพรสชั่นนิสม์คือ 1 ยุคสมัยที่มีการเติบโตทางด้านงานศิลปะ 

คือการแสดงออกถึงศิลปินที่มีหัวก้าวหน้าในการแสดงออกถึงความเบื่อหน่ายสำหรับงานเก่า อย่างไรก็ตามยังมีอีกมากมายหลายรอบที่ที่มีการพัฒนางานต่างด้าวนี้เพราะผู้คนมีความต้องการในการสื่อสารเรื่องราวต่างๆหรือแม้จะเป็นการบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุคนั้น การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการทำงานการพัฒนารูปแบบในการติดต่อสื่อสารที่ช่วยให้ผู้คนมีการรับรู้รูปแบบงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

ผู้คนต้องการความสนใจในการพัฒนาการทำงานหรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างในการใช้ชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น งานประติมากรรมต่างๆก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเปลี่ยนแปลงรูปแบบในการทำงานหรือประกอบโครงสร้างในการทำงานที่ดีมากยิ่งขึ้น ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจในการพัฒนางานหรือแม้แต่เป็นการปรับปรุงโครงสร้างในการติดต่อสื่อสาร การเปลี่ยนแปลงรูปแบบมีการพัฒนาอยู่เสมอผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนารูปแบบงานหรือการสร้างสรรค์งานใหม่

โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ผู้คนมีความต้องการในการพัฒนางานใหม่ๆที่มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นอย่างไรก็ตามที่จะเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ศิลปินในยุคปัจจุบันมีการเติบโตที่ค่อนข้าง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านแนวคิดของการทำงานศิลปะหรือแม้แต่จะเป็นรูปแบบในการทำงานศิลปะในยุคปัจจุบันที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ที่ผู้คนต่างๆมีความสนใจในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนารูปแบบงานต่างๆเหล่านี้ให้ดีมากยิ่งขึ้น นี่จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงของลัทธิต่างๆและสังคมในการอยู่อาศัยซึ่งเป็นผลกระทบต่องานศิลปะ 

 

 

สนับสนุนโดย   เว็บตรง ไม่ผ่านเอเย่นต์

สถาปัตยกรรมเพื่อสนับสนุนศิลปะและศิลปิน

การสนับสนุนทั้งงานศิลปะและการสนับสนุนศิลปินนั้นเป็นเรื่องที่ดีอย่างมาก เพราะในปัจจุบันถือว่าคนเรานั้นหันไปสาใจอย่างอื่นทำให้บางครั้งก็อาจจะมีการมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไปได้ ทำให้งานสร้างสรรค์การออกแบบทางด้านสถาปัตยกรรมนั้นไม่เป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจมากเท่าที่ควรจะเป็นและมีบางสิ่งที่ทาง Louis vitton ได้มีการจัดทำขึ้นนั่นก็คือในปีช่วงปี2001 เจ้าของ Louis vitton เจ้าของ Fendi เจ้าของ Dior ก็มีความคิดขึ้นมาว่าอยากจะสร้าง Museum สำหรับมูลนิธิ Louis vitton เพื่อแสดงผลงานทางศิลปะเพื่อเป็นการสนับสนุนศิลปินและงานศิลปะทั่วโลก 

ไม่เพียงแต่การสนับสนุนเพียงแค่ประเทศฝรั่งเศษเท่านั้น ทำให้เจ้าของ Louis vitton นั้นได้ไปพบกับคนสำคัญคนหนึ่งอย่าง Frank Gehry บุคคลนี้นั้นเป็นบุคคลสำคัญทางด้านสถาปัตยกรรมระดับโลกนั่นเอง โดย Frank นั้นเกิดที่แคนนาดาและได้มาใช้ชีวิตในอเมริกาเป็นระยะเวลาที่นานมาก และเขาถือว่าเป็นคนที่มีชื่อเสียงในแวดวงศิลปะอย่างมากเลยทีเดียวไม่เพียงแต่มีชื่อสียงเท่านั้นก็มีอิทธิพลอย่างมากในวงการสภาปัยกรรมเช่นกัน

เมื่อมีกันพบกันและพ๔ดคุยระหว่างทั้งสองในปี2011แล้วนั้นกว่าที่จะสรุปออกมาเป็นรูปเป็นร่างนั้นในปี2006 หลังจากนั้นก็ต้องเจอศึกใหญ่กับการต่อสู่ฟาดฟันศึกใหญ่กับเทศบาลในนครปารีสอีก ถึงแม้ว่าจะเป็นบุคคลระดับโลกทั้งสองคนนั้นก็ใช่ว่าการทำการและดำเนินการต่างๆจะสามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ต่างก็ต้องมีอุปรรคในการทำงานทั้งสิ้น ด้วยที่ว่าการสร้าง Museum นี้นั้นถือว่าเป็นการสร้างที่มีความยิ่งใหญ่ของกรุงปารีส

ทำให้ขั้นตอนในการดพเนินการจึงเป็นไปได้ยากและมีความซับซ้อนนั่นเอง และหลังจากเรื่องราวเหล่านี้สามารถดำเนินการผ่านไปได้ในปี 2008 นั้นก็เริ่มลงมือในการสร้างและในขณะที่กำลังสร้างนั้นมีการถูกระงับชั่วคราวในปี2011ด้วยเพราะด้วยเรื่องความไม่ปลอดในในลักษณะโครงสร้างและการก่อนสร้าง ทำให้เกิดการแก้แบบเกิดขึ้นและก็มีการผ่านเรื่องราวต่างๆมาได้ไม่ว่าจะเป็นแก้แก้โครงสร้าง แก้แบบ การถกเถียงในเรื่องความปลอดภัย ทั้งกับคนและสิ่งแวดล้อมต่างๆนานาจนสามารถเปิดให้ใช้งานได้จริงในช่วงปลายปี2014

โดยสถาปัตยกรรมนี้นั้น ที่มีการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์โดย  Frank Gehry นั้นมีการสร้างสรรค์โดยการนำแนวคิดของสถานที่สำคัญๆต่างๆทั่วกรุงปารีสมาออกแบบและผสมผสานกันไม่ว่าจะเป็นพระราชวังกร็องปาแล และมีคามคิดต่อว่าอยากให้โครงสร้างทั้งหมดนั้นเป็นเหมือนเรือและมีลักษระโครงสร้าง

โดยรวมเป็นกลีบดอกไม้และมีลักษระทับซ้อนที่สวยงามมีการออกแบบโครงสร้างต่างๆนั้นผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในลักษณะ3Dทั้งหมดด้วยนั่นเอง และเมื่อมีการสร้างแล้วเสร็จก็มีการจัดนิทรรศการและการโชว์ผลงานทางด้านศิลปัอยู่ภายในและมีการแบ่งโซนอย่างชัดเจนด้วยถือว่าเป็นสถานที่แห่งสถาปัตยกรรมแห่งหนึ่งที่สวยงามอย่างมากและยังเป็นสถานที่ที่ให้ความรู้และแสดงความสามารถในด้านศิลปะที่ดีอีกด้วย

 

 

สนับสนุนโดย   สมัคร Gclub

ภาพวาดที่สวยงามและได้รับความนิยมที่สุดในโลก

ภาพวาดนั้นเกิดจากการสร้างสรรค์ผลงานออกมาจากจิตรกร ศิลปิน ดดยการสร้างารรค์เหล่านี้นั้นล้วนเกิดจากการจินตนาการบ้างและเกิดจากการที่พวกเขาเห่านั้นได้พบเจอและได้เห็นสิ่งต่างๆ และภาพวาดที่มีความสวยงามที่ได้รับควาทนิยมและเป็นภาพวาดที่โด่งดังที่สุดในโลกนั้นก็มาจากการวาดภาพเหมือนหรือการจำลองเหตุการณ์ของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

แต่ด้วยการสร้างสรรค์ที่มีความแปลกใหม่หรือเป็นการสร้างสรรค์ศิลปะได้อย่างน่าสนใจก็ทำให้ภาพวาดเหล่านี้นั้นเป็นสิ่งที่ผู้ชื่นชมและชื่นชอบในศิลปะต่างก็มองและชื่นชมด้วยความยกย่องผลงานที่สวยงามเหล่านี้ทำให้สิ่งที่ผู้สร้างสรรค์นั้นได้รับก็คือการยกย่องและภพวาดก็เป็นภาพที่ได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วโลกนั่นเอง ซึ่งภาพวาดที่สวยงามและเป็นภาพวาดที่ยังคงได้รับความนิยมตั้งแต่ในอดีตใจนถึงปัจจุบันก็มีมากมายหลากหลายภาพและจากหลากหลายศิลปิน อาทิเช่น

ภาพวาดโมนาลิซ่า ถ้าหากพูดถึงภสพวาดนี้แล้วนั้นเชื่อว่าหลายคนมักจะคุ้นภาพและคุ้นชื่อเป็นอย่างดี และเชื่อว่าในชีวิตครั้งหนึ่งนั้นทุกคนล้วนจะต้องเคยพบกับรูปภาพนี้อย่างแน่นอน เพราะรูปภาพนี้นั้นไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยงามของภสพแต่ยังรวมไปถึงสิ่งที่น่าสนใจของภาพวาดด้วย ทำให้มีการนำภาพวาดเหล่านี้มาวาดเลียนแบบ

หรือทำการคัดลอกและนำไปเป็นของประดับตกอต่งสถานที่ต่างๆนั่นเอง โดยภาพโมนาลิซ่านั้นถือว่าเป็นภาพวาดที่มีชื่อเสียงที่ดด่งดังอย่างมากหรืออาจจือได้ว่าเป็นภาพวาดที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกตลอดกาลด้วย ภาพวาดโมนาลิซ่านี้นั้นถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาจากฝรมืออีโอนัลโด ดา วินชี ในช่วงยุคที่มีการฟื้นฟูศิลปะ

ที่เมืองฟอเรนส์ในประเทศอิตาลีนั้นเขาได้มีการสร้างสรรค์ภาพวาดโมนาลิซ่าขึ้นมาและหลังจากที่เขานั้นใช้เวลาไม่นานก็สามารถสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ได้สำเร็จสมบูรณ์ก่อนที่เขานั้นจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

โดยภาพวาดนี้นั้นถูกตั้งชื่อตามแบบก็คือ โมนาลิซ่า เดล จีออคอนโด ซึ่งเป็นหญิงสาวที่เจริญเติบโตขึ้นในครอบครัวที่มีฐานะที่ดีและมั่งคั่งแห่งเมืองฟอเรนส์ และในเวลาต่อมาภาพวาดของโมนาลิซ่านั้นได้ถูกขโมยออกไปจากพิพิธภัณฑ์ Louver ในประเทศฝรั่งเศส โดยผู้ที่ได้ทำการขโทยนั้นก็คือลูกจ้างชาวอิตาลีด้วยความรักในชาติขิงเขา

เขาบอกเหตุผลที่ขโมยภาพวาดโมนาลิซ่าก็เพราะว่า ภาพวาดโมนาลิซ่านั้นควรจะได้กลับไปตั้งโชว์ยังประเทศบ้านเกิดของผู้วาดอย่างดาวินชีนั่นเองแต่การขโมยของเขานั้นก็ไม่ประสบผลสำเร็จเขาถูกจับได้เสียก่อน ภาพวาดดมนาลิซ่าได้ถูกนำมาจัดแสดงยังพิพิธภัณฑ์ Louver อีกครั้งและก็มีผู้คนมากมายแห่มาชมภาพวาดโมนาลิซ่าเป็นจำนนวนมาก

ทำให้เห็นว่าแม้เวลาจะผ่านไปกว่า500ปีแล้วที่ดาวินชีนั้นได้สร้างสรรค์ผลงานที่ชื่อว่าโมนาลิซ่าขึ้นมาแต่ความนิยมที่จะชื่นชมในความสวยงามของภาพวาดโมนาลิซ่านั้นก็ยังไม่ซาลงไปเพราะยังคงเป็นสิ่งที่ชาวโลกยังชื่นชมและหาโอกาสที่จะได้ชื่นชมสักครั้งหนึ้งในชีวิตอีกด้วย

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   สล็อต ยิงปลา ฝากขั้น ต่ํา 100

การสนับสนุนการเรียนรู้ด้านศิลปะ

ศิลปะเป็นสิ่งที่มีการสนับสนุนให้มีการเรียนรู้ในทุกยุคทุกสมัยเพราะศิลปะไม่ใช่แค่เรื่องการวาดรูปไปวันๆเท่านั้นแต่การเรียนรู้และการมีศิลปะเป็นความสามารถนั้นเป็นสอ่งที่จะสามารถต่อยอดและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันในด้านอื่นๆได้อีกด้วย ปัจจุบันจึงมีการสนับสนุนศิลปะมากขึ้นเพราะการสร้างสรรค์ผลงานด้านศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่ยังถือว่าขาดคนที่จะมาสร้างสรรค์ศิลปะให้โลกขงเราอยู่

เพราะศิลปะไม่ใช้เพียงการวาดรูปเท่านั้นแต่ศิลปะยังสามารถต่อยอดไปยังงานแขนงอื่นๆได้ ทำให้ศิลปะเป็นสิ่งที่โลกปัจจุบันนั้นต้องการคนที่จะสร้างสรรค์ผลงานด้านนี้เป็นจำนวนมาก ดังนั้นการสนับสนุนด้านศิลปะนั้นจึงมีการสนับสนุนจากส่วนที่เกี่ยวข้องและได้มีการส่งเสริมเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับศิลปะให้กับคนในทุกช่วงทุกวัยด้วย

สามารถนำศิลปะด้านต่างๆไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ในชีวิตประจำวันของคนเรานั้นเชื่อว่าในแต่ละวันเราจะต้องพบและเจอสิ่งที่เป็นศิลปะอย่างน้อยหนึ่งอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตประจำวันของเราซึ่งบางครั้งเราก็สามารถที่จะแยกและรู้ได้ว่าสิ่งใดคือศิลปะและสิ่งใดไม่ใช่ศิลปะ

หรือในบางครั้งอาจจะแยกไม่ได้เพราะอาจจะไม่มีความรู้ทางด้านศิลปะมากพอ ทำให้การสนับสนุนในด้านศิลปะนี้นั้นก็เพื่อให้คนทั่วไปสามารถที่จะแยกความเป็นศิลปะในชีวิตประจำวันออกได้ เพื่อท่ามารถรู้ได้ว่าสิ่งเหล่านั้นคือศิลปะ และมีการนำศิลปะเหล่านั้นมาใช้หรือประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างดีขึ้น

เกิดความคิดสร้างสรรค์สามารถสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆได้ เมื่อมีความรู้ในด้านศิลปะ ถึงแม้ศิลปะจะเป็นการเรียนรู้ที่มีมากกมายหลากหลายแขนง แต่ถ้าหากเรานั้นได้รับรู้ถึงความเป็นศิลปะอย่างดอย่างหนึ่งแล้วละก็เราจะได้รู้จักและเรียนรู้ความเป็นศิลปะแขนงอื่นๆได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วขึ้น ก็จพทให้เรานั้นสามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงานหรือคิดค้นผลงานใหม่ๆขึ้นมา เพื่อทำให้ผลงานทางด้านศิลปะนั้นมีการพัฒนาและเจริญเติบโตขึ้นได้

ใช้ศิลปะในการสร้างความผ่อนคลายและสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ตนเองและครอบครัวได้ ไม่เพียงเป็นการสร้างสรรค์เพียงเท่านั้นแต่ศิลปะเป็นสิ่งที่สร้างความผ่อนคลายทางด้านอารมณ์และจิตใจได้อย่างดีเลยทีเดียว เมื่อเรานั้นมีความเข้าใจถึงความเป็นศิลปะต่างๆแล้วเราก็จำนำความเป็นศิลปะนั้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้และสามารถที่จะสร้างความเพลิดเพลินทั้งแก่ตัวเองและคนรอบข้างได้ด้วยนั่นเอง

สามารถสร้างรายได้จากศิลปะได้ ถ้าหากเราเรียนรู้และมีความรู้ทางด้านศิลปะมากพอเราก็จะสามารถสร้างสรรค์ผลงานแปลกใมห่ขึ้นได้

เมื่อเราสามารถสร้างผลงานได้ แน่นอนว่าเราสามารถที่จะหารายได้จากผลงานที่เราสร้างผลงานที่มีความแตกต่างและความแปลกใหม่นั่นเอง ดังนั้นแล้วการสนับสนุนในด้านศิลปะนั้นจึงเป็นสิ่งที่ควรได้รับการสนับสนุนอย่างดีและต่อเนื่องเพราะศิลปะถือว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และสามารถสร้างสิ่งต่างๆให้โลกได้อย่างมากมายด้วย

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย   แทงบอลออนไลน์ไม่มีขั้นต่ำ

 

ตำนานป่าคำชะโนด

คำชะโนดนั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หนึ่งซึ่งมีความสวยงามเป็นอย่างมากโดยสิ่งที่ทำให้ที่นี่นั้นโด่งดังไม่ใช่เพราะว่ามันมีเพียงแค่ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์แต่เป็นเพราะว่าจะมีบ่อน้ำอยู่บ่อหนึ่ง ซึ่งจะไม่มีวันแห้งแล้งโดยเด็ดขาดไม่ว่ารอบบริเวณด้านข้างนั้นจะมีภัยแห้งแล้งมากเพียงใดน้ำตรงบ่อน้ำนั้นก็จะไม่มีวันแห้งและยังคงมาอยู่เสมอชาวบ้านต่างก็พากันเชื่อว่าน้ำที่ออกมาจากบ่อน้ำตรงนั้นเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่งบ่อน้ำนั้น

อาจจะเป็นทางเชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับใต้บาดาลโดยมีความเชื่อว่าจะมีพญานาคออกมาจากบ่อน้ำแห่งนี้โดยแฝงตัวเป็นมนุษย์มาอยู่ที่เมืองมนุษย์และเมื่อเวลาจะกลับไปก็จะกลับเข้าไปในบ่อน้ำอีกครั้ง โดยที่นี่นั้นก็มีตำนานเช่นเดียวกันโดยในตำนานมันได้กล่าวไว้ว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่ง

ซึ่งเขานั้นทำงานรับจ้างฉายหนังตามสถานที่ต่างๆเช่นงานวัดโดยช่วงนั้นเป็นช่วงที่เศรษฐกิจย่ำแย่ๆเขาจึงไม่ค่อยมีเงินสักเท่าไหร่นะแล้วก็ไม่ค่อยมีงานเข้ามาด้วยในช่วงเดือนกรกฎาคมได้มีสายเรียกเข้ามาจากเบอร์โทรศัพท์เขาจึงได้ลองไปรับสายดูแล้วก็รู้ว่าคนที่โทรมานั้นเป็นลูกค้าของเขาซึ่งต้องการที่จะให้เขานั้นไปฉายหนังที่งานวัดตรงป่าคำชะโนด

ซึ่งชายหนุ่มคนนั้นก็ตอบตกลงว่าพรุ่งนี้ตอนเย็นจะไปถึงโดยนอกจากนั้นก่อนที่เขาจะวางสายเขายังได้ยินชายหนุ่มที่คุยในสายพูดอีกว่าเมื่อไปถึงแล้วจะต้องฉายหนังจนถึงเที่ยงคืนห้ามฉายเกินเที่ยงคืนโดยเด็ดขาดและเมื่อเสร็จแล้วให้เดินออกไปและห้ามหันหลังกลับมาอีก

โดยถึงแม้ว่าชายหนุ่มนั้นเลยงงแต่เขานั้นก็ไม่ได้ถามลูกค้าของเขาต่อแต่กลับวางสายแล้วได้เตรียมของให้เรียบร้อยที่จะไปฉายหนังให้กับลูกค้า โดยเมื่อเขานั้นเดินทางมาถึงก็เป็นช่วงเวลาตอนสองทุ่ม เท่านั้นที่ต้องเตรียมฉายหนังเรียบร้อย ช่วงเวลานั้นเองลูกค้าก็ได้เดินออกมาพอดีโดยมีคนหลายๆคนนั้นเดินออกมาเป็นกลุ่มจำนวนประมาณ 20 คน

โดยเขานั้นได้เตรียมหนังสยองขวัญเอาไว้ ไม่ว่าเขานั้นจะฉายหนังที่น่ากลัวมากแค่ไหนก็ไม่มีชาวบ้านคนไหนที่มาดูหนังดูกลัวอะไรสักนิดทุกคนมีสีหน้าที่ดูเฉยเมยดูไม่มีอารมณ์อะไรเลยสักนิดเมื่อถึงเวลาที่ต้องคืนชาวบ้านก็เดินกลับเข้าไปในป่าชายหนุ่มก็รีบเก็บของแล้วก็เดินออกไปโดยใจเขาเองนั้นก็ยังคงงงอยู่ว่าทำไมนั้นเขาจึงไม่สามารถที่จะมองกลับไปได้ถ้ามันตอบมาเขาจึงเดินทางไปที่นั่นอีกครั้งและไปถามกับหลวงพ่อว่าชาวบ้านที่มาดูหนังนั้นคือใครซึ่งหลวงพ่อก็ถามว่าดูหนังจนตอนไหนชายหนุ่มก็เล่าเรื่องให้ฟังทั้งหมด

ซึ่งเมื่อหลวงพ่อนั้นได้ยินเรื่องทั้งหมดก็หน้าซีดลงแล้วก็เรื่องให้ฟังว่าจริงๆแล้วนั้นนั่นอาจจะเป็นวิญญาณของพญานาค หรือไม่ก็เป็นผีของคนที่อาศัยอยู่แถวนี้เพราะเมื่อก่อนที่นี่ก็มีคนตายกันเยอะมากจนทำให้ชายหนุ่มคนนั้นกลัวมากและไม่กล้าที่จะมาฉายหนังที่นี่อีกโดยเรื่องนี้นั้นได้กลายเป็นเรื่องที่แพร่สะพัดโด่งดังเป็นอย่างมากยิ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นก็ทำให้คนที่เชื่อเรื่องพญานาคยิ่งมีความศรัทธาเท่านั้นดังนั้นที่นี่จึงกลายเป็นที่ขอหวยอีกที่นึงไปแล้ว

 

 

สนับสนุนโดย   จีคลับคาสิโนออนไลน์

ตำนานพญาคันคาก พญาคางคกที่คนอีสานนับถือ

 ที่ภาคอีสานนั้นมีความเชื่ออยู่ความเชื่อหนึ่ง เกี่ยวกับพญาคางคก ซึ้งเรานั้นจะรู้จักในชื่อที่เรียกว่า พญาคันคาก โดยวันนี้นั้นเราจะมาขอเล่าตำนานของพญาคันคากกันค่ะว่าเรื่องราวนั้นมันจะเป็นอย่างไร ตามไปดูกันเลยค่ะ.

 พญาแถนนั้นคือเทวดาองค์หนึ่งที่จะเป็นเทวดาที่สามารถจะบังคับฝนว่า จะให้ตกลงมาที่โลกมนุษย์ หรือว่าจะให้ไม่มีฝนตก โดยมีอยู่วันหนึ่งที่มีชาวบ้านปากเสียคนหนึ่งได้กินเหล้าจนเมามายและก็ได้พูดจาหลบหลู่พญาแถน โดยได้สบถคำหยาบมากมากใส่พญาแทนด้วยความโกรธพญาแถนจึงเสกให้ไม่มีฝนตกลงมาที่โลกมนุษย์ จนกว่าพระองค์นั้น

จะทำสงครามกับใครคนหนึ่งและพระองค์พ่ายแพ้ ซึ้งชาวบ้านนั้นล้มตายกันไปหลายคนเพราะว่าไม่มีน้ำให้ดื่มนอกจากนั้นก็ไม่สามารถที่จะปลูกต้นไม้ได้เพราะว่าฝนนั้นไม่ตกมานานมากถึงมากถึงครึ่งปีแล้วนั้นจึงทำให้ชาวบ้านนั้นหมดความอดทนชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันและตกลงกันว่าจะไปขอร้องให้ พญานาคไปต่อสู้กับพญาแถน

โดยเมื่อชาวบ้านไปขอพญานาคด้วยความสงสาร พญานาคจึงได้ตอบตกลงที่จะไปต่อสู้กับพญานาค โดยพญานาคนั้นก็ได้ไปสู้กับพญาแถนแต่ก็ต้องกลับมาด้วยความผิดหวังเพราะพญานาคนั้นไม่สามารถที่จะเอาชนะพญาแถนได้ วันต่อมาชาวบ้านก็ได้มานัดเจอกันอีกครั้ง โดยคราวนี้นั้นตกลงกันว่าจะไปขอร้องให้พญาต่อตัวและพึ่งให้ไปสู้รบกับพญาแถนผึ้งก็ตอบตกลงที่จะไปสู้รบตัวต่อก็ตอบตกลงด้วยเช่นเดียวกันไม่นานนักผึ้งและตัวต่อก็กลับมาและก็บอกว่าพวกมันนั้นพ่ายแพ้ให้กับพญาแถน ตอนนี้ชาวบ้านทุกคนนั้นจนปัญญาที่จะหาทางแก้แค้นพญาแถน

ในระหว่างนั้นเองได้มีคางคกตัวนึงที่ได้ผ่านมาพญาคางคกจึงเสนอว่ามันนั้นจะไปสู้รบกับพญาแถนเองชาวบ้านจึงตอบตกลงโดยชาวบ้านบอกว่าชาวบ้านนั้นจะไม่ทำร้ายคางคกอีกถ้าเกิดว่าคางคกนั้นสามารถที่จะทำร้ายและสู้ชนะพญาแถนได้แล้วคางคกก็ตอบตกลงดังจากที่มันตกลงกับชาวบ้านเสร็จมันก็ไปหาจอมปลวกโดยมันนั้นได้ขอร้องให้จอมปลวก

ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของมันสร้างรังกลายเป็นเหมือนบันไดไปที่ท้องฟ้าเพื่อที่มันนั้นจะได้สามารถขึ้นท้องฟ้าไปสู้กับพญาแถนได้ซึ่งเจ้าจอมปลวกนั้นก็ตอบตกลงในระหว่างที่กำลังรอเจ้าจอมปลวกสร้างรังเป็นบันไดอยู่นั้นเจ้าคางคกก็ได้ไปเล่าเรื่องนี้ให้กับลูกน้องของมันฟังลูกน้องของมันนั้นก็ตอบตกลงที่จะไปช่วยก็มีลูกน้องตัวนึงที่ชื่อว่ามอด

โดยมอดนั้นเป็นทหารคางคกคนสนิทของพญาคางคกมอด ถูกสั่งจากพญาคางคกให้ไปหาตะขาบและแมงป่องเป็นเพื่อนของพญาคางคกบอกให้ตะขาบและแมงป่องนั้นแอบขึ้นไปที่เมืองสวรรค์พร้อมกับพวกเขาแล้วก็ไปจัดโจมตีทหารของพญาแถนซึ่งเมื่อ ตะขาบและแมงป่องรู้เรื่องก็ตอบตกลงโดยทุกคนนั้นก็ทำตามแผนที่พญาคางคกนั้นวางแผนเอาไว้ไว้กันเป็นอย่างดี

โดยสุดท้ายแล้วนั้นและเพื่อนฝูงทุกๆคนก็สามารถที่จะเอาชนะกับพญาแถนได้โดยคางคกนั้นบอกว่าพญาแถนนั้นจะต้องให้ชาวบ้านนั้นมีฝนตกมาได้แล้วซึ่งพญาแถนนั้นก็ตอบตกลงแล้วก็เสร็จให้มีฝนตกลงมาต่อจากนั้นก็ไม่มีวันไหนอีกเลยที่นั่นจะมีภัยแล้งโดยเมื่อเจ้าคางคกตัวนั้นตายนั้นทุกคนก็ได้สร้างรูปปั้นของมันขึ้นมาโดยตั้งชื่อมันว่าพญาคันคากคำว่าคันคากนั้นหมายถึงคางคกนั่นเอง

และนี่ก็คือตำนานของพญาคางคกอยู่ที่เรารู้จักกันในนามพญาคันคาก

 

 

สนับสนุนโดย   คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริงฝากขั้นต่ำ100

ต้นไทรอาถรรพ์หน้าหมู่บ้านลัดดาแลนด์

     หากพูดถึงคำว่าหมู่บ้านลัดดาแลนด์แล้วก็เชื่อว่าหลายคนต้องรู้จักชื่อนี้กันเป็นอย่างดีเนื่องจากว่าชื่อหมู่บ้านลัดดาแลนด์นี้เคยโด่งดังมาครั้งหนึ่งเมื่อสมัยที่มีคนนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์จนเป็นข่าวโด่งดังใหญ่โตเมื่อคนในหมู่บ้านลัดดาแลนด์น้ำได้ออกมาประท้วงเรื่องดังกล่าวแต่อย่างไรก็ตามยังคงมีประวัติการเล่าเรื่องของหมู่บ้านลัดดาแลนด์ที่น่ากลัวและน่าสยดสยองและยังมีประวัติเกี่ยวกับเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวที่ต้องผิดหวังวันนี้เราจะมาพูดถึงต้นไม้อาถรรพ์ที่หน้าหมู่บ้านลัดดาแลนด์ต้นหนึ่งซึ่งต้นไม้ที่ขึ้นและทำให้ผู้คนต่างเข้าไปกราบไหว้ขอพรกันนั่นก็คือต้นไทร

ซึ่งอยู่บริเวณเยื้องๆกับหน้าหมู่บ้านลัดดาแลนด์นั่นเองโดยต้นไม้ต้นนี้เป็นต้นไม้ที่หลายคนมีการเชื่อกันว่าถ้าหากไปขอพรเกี่ยวกับเรื่องของความรักแล้วจะสมหวังอย่างไรก็ตามมีการเล่าขานเกี่ยวกับเรื่องราวความรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่มีการไปขอพรที่ต้นไทรหน้าหมู่บ้านลัดดาแลนด์แห่งนี้โดยมีการล่อกันว่าหนุ่มสาวคู่นี้รักกันมากแต่พ่อแม่ของผู้หญิงนั้นไม่ชอบฝ่ายชายเป็นอย่างมาก

เนื่องจากว่าฝ่ายชายนั้นมีฐานะยากจนแต่ด้วยความรักของคนทั้งคู่จึงได้มาอธิษฐานขอพรที่ต้นไทรหน้าหมู่บ้านลัดดาแลนด์ อย่างไรก็ตามหลังจากที่อธิษฐานไปแล้วปรากฏว่าคำอธิษฐานนั้นไม่เป็นความจริงฝ่ายหญิงนั้นถูกทั้งครอบครัวบังคับให้แต่งงานกับคนอื่นทำให้หนุ่มสาวที่รักกันมากตัดสินใจมาผูกคอตายใต้ต้นไทรหน้าหมู่บ้านแล้วจะ LINE นี่เอง

โดยวิธีการผูกคอของทั้งคู่นั้นเป็นการเอาผ้าขาวม้ามามัดเอวคนทั้งคู่ติดกันและผูกคอตายใต้ต้นไม้ด้วยกันหลังจากที่ผูกคอตายแล้วศพของทั้งคู่นั้นก็ห้อยอยู่หน้าหมู่บ้านลัดดาแลนด์แห่งนั้นจนมีคนมาพบศพแล้วนำศพของคนทั้งคู่นั้นลงจากต้นไม้และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาว่ากันว่าหากใครผ่านไปผ่านมาในช่วงเวลากลางคืนก็มักจะเห็นศพของหนุ่มสาวคู่นั้นห้อยโตงเตงอยู่ใต้ต้นไทรอยู่เป็นประจำ

และไม่ใช่มีแค่เพียงหนุ่มสาวคู่นี้เท่านั้นยังมีหญิงสาวอีกคนหนึ่งซึ่งเธอมาขอพรเกี่ยวกับเรื่องของความรักใต้ต้นไทรตรงหน้าหมู่บ้านลัดดาแลนด์แต่ในที่สุดพรความรักที่เธอขอนั้นกลับไม่สมหวังเธอถูกฝ่ายชายทิ้งและด้วยความผิดหวังเธอจึงได้ซื้อยาฆ่าแมลงแล้วนำมานั่งกินใต้ต้นไทรอยู่ตรงหน้าหมู่บ้านลัดดาแลนด์นั่นเองซึ่งเธอได้มีการเขียนจดหมายเอาไว้บริเวณข้างศพของเธอด้วยว่าเธอจะอยู่ที่นี่ตลอดไปและนี่เองเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับอาถรรพ์แห่งความรักของต้นไทรต้นไม้อาถรรพ์ที่หน้าหมู่บ้านลัดดาแลนด์

 

 

สนับสนุนโดย   ufabet สมัคร

ตำนานความรักของ พีรามุส กับทิสเบ

          สำหรับเรื่องราวความรักของพีรามุส กับทิสเบ  นั้นนึกได้ว่าเป็นความรักที่ไม่สมหวังเป็นความรักที่แสนเศร้าโดยตำนานความรักนี้เป็นตำนานของเทพนิยายโรมันซึ่งว่ากันว่ามีการนำนิยายเรื่องโรมิโอกับจูเลียตมาดัดแปลงให้มาเป็นตำนานความรักของพีรามุส กับทิสเบ  นั่นเองซึ่งเรื่องราวความรักของคนทั้งคู่นั้นเริ่มจากตั้งแต่ช่วงในปีก่อนคริสตกาล

เมื่อประมาณปี 331   ครอบครัวของพีรามุส และครอบครัวของทิสเบเป็นเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงกันทั้งคู่เกิดและโตมาด้วยกันเป็นเพื่อนเล่นกันตั้งแต่สมัยเด็กๆมาจนโตโดยเหตุการณ์ในครั้งนั้นเกิดขึ้นในเมืองบาบิโลนเมื่อชายหนุ่มที่ชื่อว่าพิรามุส ซึ่งเรียกได้ว่าในสมัยนั้นเขาเป็นคนที่หน้าตาดีมีแต่คนคลั่งไคล้และฐานะที่บ้านยังรวยอีกด้วยในขณะที่เพื่อนบ้านของเขาสาวน้อยทิสเบ

เมื่อเธอโตขึ้นมาเธอก็เป็นหญิงสาวที่น่ารักสวยงามคนทั้งคู่นั้นอยู่บ้านติดกันมีเพียงกำแพงที่คอยขวางกั้นให้คนทั้งคู่อยู่และนอกจากทั้งคู่จะเป็นเพื่อนกันแล้วความผูกพันกันตั้งแต่สมัยเด็กทำให้คนทั้งคู่นั้นรักกันแต่เมื่อพ่อของคนทั้งคู่นะดูเรื่องเข้าต่างก็พากันกีดกันโดยพ่อแม่ของพวกเขาไม่อยากให้พวกเขาแต่งงานกันนั่นเองแต่ยิ่งนานวันไปยิ่งถูกกีดกันความรักคนทั้งคู่ก็ยังรักกันแน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นๆโดยส่วนมากแล้วพวกเขาจะมาอยู่ที่กำแพงที่มีการกั้นระหว่างบ้านทั้งสองหลังเอาไว้โดยจะมีซอกกำแพงให้คนทั้งคู่ได้แอบมองเห็นหน้าและพูดคุยกันได้อย่างไรก็ตามเมื่อความรักสุกงอมทั้งคู่

อยากจะมีการใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันจึงได้นัดแนะกันเพื่อที่จะหนีตามกันไปโดยมีการนัดกันว่าให้ไปเจอกันใต้ต้นมัลเบอร์รี่ซึ่งปรากฏว่าสาวน้อยทิสเบ ได้ไปถึงที่ใต้ต้นมัลเบอร์รี่ก่อนระหว่างที่ยืนรอชายคนรักอยู่นั้นปรากฏว่ามีสิงโตเดินตรงมาที่เธอซึ่งภายในปากของสิงโตนั้นมีเลือดเต็มไปหมดด้วยความที่สาวน้อยทิสเบ กลัวว่าจะถูกสิงโตทำร้ายเธอจึงได้วิ่งหนีไปจากใต้ต้นมัลเบอร์รี่แต่ระหว่างที่วิ่งหนีนั้นปรากฏว่าผ้าคลุมไหล่ของเธอนั้น

ร่วงลงมาสิงโตที่เดินตามมาทันจึงได้ค่าผ้าคลุมไหล่ของเธอเอาไว้ในปากเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ชายคนรักของเธอนั่นก็คือพีรามุสตามมาพอดี ไม่เห็นผ้าคลุมไหล่ของสาวคนรักอยู่ในปากสิงโตและมีเลือดอยู่เต็มปากทำให้เขาเข้าใจว่าสิงโตนั้นได้กินคนรักของเขาเข้าไปเรียบร้อยแล้วด้วยความเสียใจ พีรามุส จึงได้ใช้มีดของตนเองแทงไปที่หัวใจของตนเอง

ทันทีและเสียชีวิตทันทีเช่นกันขณะเดียวกันนั้นทางด้านสาวน้อยทิสเบ ก็ได้วิ่งย้อนกลับมาเพื่อจะมารอหลายคนรักของเธอแต่เมื่อมาถึงก็พบว่าเขาแทงตนเองเสียชีวิตไปซะแล้วทำให้เธอนั้นเสียใจมากจึงหยิบมีดที่แทงชายคนรักมาปักที่หน้าอกของตนเองและตายตามกันไปในที่สุด

 

 

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์

ศิลปะช่วงวัยเด็ก

ในช่วงวัยเด็กนั้นเราทุกคนล้วนจะต้องเคยเจอกับวิชาเรียนศิลปะอย่างแน่นอนและเชื่อว่าหลายคนตื่นเต้นมากเมื่อจะถึงชั่วโมงเรียนของวิชาศิลปะนี้ เพราะในช่วงวัยเด็กนั้นศิลปะสำหรับเราเป็นสิ่งที่เรียกว่าเป็นสิ่งที่สวยงามและเราจะรู้สึกถึงความอิสระเมื่อเราได้เรียนหรือได้อยู่กับศิลปะนั่นเองเมื่อเราได้เรียนรู้สิ่งต่างๆเกี่ยวกับศิลปะในวัยเด็กนั้นในบางครั้งเมื่อเราโตขึ้นบางสิ่งบางอย่าที่เราได้จากศิลปะในตอนเด็กก็สามารถที่จะนำมาประยุกต์และใช้ในตอนโตได้ด้วย

ถึงแม้ในตอนนั้นเราจะเป็นคนที่วาดรูปไม่สวยเลยแต่เมื่อถึงวิชาศิลปะทีไร เราจะตั้งใจและจดจ่อกับสิ่งนั้นมากๆถึงแม้เมื่อเราโตแล้วเราจะได้ทำงานทางด้านศิลปะเลยก็ตามแต่ในช่วงวัยเด็กนั้นศิลปะคงเป็นวิชาเดียวที่ทำให้เรานั้นไม่รู้สึกกดดันและเครียดซึ่งแตกต่างจากวิชาอื่นๆที่เราได้เรียนในตอนเด็กนั่นเอง นอกจากจะเป็นสิ่งที่เรานั้นชื่อนชอบในตอนเด็กแล้วศิลปะถือว่าเป็นสิ่งที่ช่วยขัดเกลาเราในช่วงวัยเด็กให้เรานั้นโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีความอ่อนไหว มีความรู้สึกและรวมถึงการมีจินตนาการในสิ่งต่างๆ

เมื่อเวลาผ่านไปเมื่อเรานึกย้อนเวลากลับไปเมื่อตอนที่เรานั้นเรียนศิลปะ ตอนี้เราอาจจะคิดว่าวาศิลปะนั้นเป็นวิชาที่แทบจะไม่ได้ให้ความรู้อะไรกับเราเลย แต่เราก็คิดเว่าศิลปะนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกสนุกในช่วงเวลาวัยเด็กอย่างมากและเมื่อโตมาเรากลับนำศิลปะเหล่านั้นมาใช้ใรชีวิตประจำวันหลายๆอย่าง ไม่น่าเชื่อว่าศิลปะในวัยเด้กของเรานั้นจะสามารถช่วยให้เราใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายขึ้น เพราะเรานพศิลปะในวัยเด็กมาเป็นสิ่งที่ทำให้เรานั้นคิดถึงศิลปะนั่นเอง

มาดูกันว่าศิลปะในช่วงวัยเด็กนั้นมีอะไรกันบ้างซึ่งต้องบอกว่าศิลปะวัยเด็กในช่วง15-20ปีที่ผ่านมานั้นยังคงเป็นศิลปะที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาหรือมีการเรียนรู้ศิลปะที่ทันสมัยเท่าในปัจจุบัน ทำให้การเรียนศิลปะในช่วงวัยเด็กโดยส่วนใหญ่นั้นจะเน้นการสร้างสรรค์โดยใช้วัสดุอุปกรณ์ที่นำมาสร้างสรรค์โดยวัสดุอุปกรณ์จากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการลงสีด้วยก้านกล้วย เชื่อว่าผู้คนช่วงวันเมื่อ15-20ปีก่อนหน้านี้จะต้องได้ทำศิลปะในลักษณะนี้ในช่วงวันเด็กอย่างแน่นอน เพราะถือว่าเป็นศิลปะที่หลายๆคนนำไปสร้างอาชีพได้และยังถิว่าเป็นการสร้างสรรค์ที่สวยงามอย่างมากเลยทีเดียว

ซึ่งในปัจจุบันนี้นั้นถึงแม้การเรียนรูศิลปะส่วนใหญ่จะมีการพัฒนาในด้านเทคโนโลยีโดยการใช้เครื่องมือทางอิเล็คทรอนิกส์ในการเรียนรู้มากขึ้นแต่การให้เด็กได้ใช้สิ่งที่หาได้จากธรรมชาติเพื่อสร้างสรรคืศิลปะนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ยังคงต้องมีการสนับสนุนที่ดีต่อๆไปด้วย

 

 

สนับสนุนโดย  gclub slot ทดลองเล่น

ดราม่านักเรียนโวย ส.ส.พรรคเพื่อไทยกับการเสนอเลื่อนเปิดเทอมเป็น 1 สิงหา

ดราม่านักเรียนโวย ส.ส. พรรคเพื่อไทยกับการเสนอเลื่อนเปิดเทอมเป็น 1 สิงหา พร้อมแนะนำเรียนทุกวันไม่ต้องหยุด

           สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยได้มีการเสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องของการเปิดเทอมของเด็กนักเรียนในปีการศึกษา 2563 นี้โดยก่อนหน้านี้มีการระบุว่าควรจะมีการเปิดเทอมในวันที่ 1 กรกฎาคมแต่เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรน่ายังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควรจึงมีการเสนอแนะเป็นการเปิดเทอมในวันที่ 1 สิงหาคมแทนโดยเสนอเป็นการให้เรียนเสาร์อาทิตย์ชดเชยวันที่หายไปจนกลายเป็นดราม่าเด็กนักเรียนถามเด็กก่อนไหมว่าเรียนไหวหรือไม่  ไม่ใช่ไปถามผู้ปกครอง

         กำลังเป็นกระแสพูดถึงเป็นอย่างมากเกี่ยวกับการที่นายวรสิทธิ์สมาชิกผู้แทนราษฎรของจังหวัดอุบลราชธานีพรรคเพื่อไทยได้มีการเสนอเกี่ยวกับการเปิดเทอมของเด็กนักเรียนซึ่งก่อนหน้านี้มีการประชุมปรึกษาหารือและมีการประกาศออกมาว่าจะมีการให้เด็กนักเรียนเปิดเทอมในวันที่ 1 กรกฎาคมแต่เนื่องจากขนาดนี้ยิ่งใกล้วันที่ 1 กรกฎาคมเข้ามา 8 สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ายังคงมีอยู่และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะสามารถควบคุมไม่ให้การระบาดเกิดขึ้นได้ดังนั้นหลายฝ่ายจึงมองเห็นว่าหากวันที่ 1 กรกฎาคมนี้

ถ้ายังไม่สามารถควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่าได้การที่ปล่อยให้เด็กนักเรียนเปิดเทอมก็จะเป็นการทำให้เด็กนักเรียนได้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าได้หากเด็กนักเรียนต้องไปโรงเรียนและไปรวมตัวกันเป็นจำนวนมากซึ่งเรื่องนี้ทั้งนายวรสิทธิ์เองก็ได้มีการนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องของการเลื่อนวันเปิดเทอมเป็นวันที่ 1 สิงหาคมโดยแนะนำว่าทางโรงเรียนสามารถที่จะเปิดเรียนได้ทุกๆวันโดยไม่ต้องมีวันหยุดซึ่งนายวรสิทธิ์เองมองว่าผู้ปกครองของเด็กนักเรียนคงจะไม่ขัดหากจะมีการเลื่อนเปิดเทอมเป็นวันที่ 1 สิงหาคมและมีการชดเชยวันที่หายไปด้วยกันให้เรียนวันเสาร์อาทิตย์เพิ่มเข้ามาแทน

         และหลังจากที่มีการแชร์ข้อความเหล่านี้ลงบนโลกออนไลน์ทำให้เด็กนักเรียนและคุณครูต่างเกิดกระแสดราม่าวิพากษ์วิจารณ์กับคำพูดนี้กันเป็นอย่างมากโดยมีการติดแฮชแท็กขึ้น Twitter ซึ่งหลายคนมองว่าการเรียนนั้นควรจะมีการสอบถามเด็กนักเรียนมากกว่าจะไปถามผู้ปกครองเพราะผู้ปกครองก็ต้องการให้เด็กให้ลูกหลานของตนเองเรียนอยู่แล้วซึ่งทุกวันนี้การถึงศุกร์ก็ต้องเรียนที่โรงเรียนวันเสาร์อาทิตย์ก็ไปเรียนพิเศษตามสถาบันต่างๆแต่หากมีการเสนอให้เปิดเทอมวันที่ 1 สิงหาคมแล้ว

ต้องเรียนที่โรงเรียนทุกวันเป็นระยะเวลาติดต่อกัน 7 วันไม่มีวันพักเลยเด็กๆจะไม่สามารถเรียนไหวเพราะว่าทุกวันนี้แค่เรียนวันจันทร์ถึงวันศุกร์วันเสาร์อาทิตย์ก็ต้องมาทำการบ้านส่งครูแค่นี้ก็เหนื่อยอยู่แล้วซึ่งตัวคุณครูเองก็ออกมาพูดถึงเรื่องนี้ว่าการที่ต้องสอนเด็กนักเรียนทุกวันโดยที่ไม่ได้พักนั้นค่อนข้างที่จะเหนื่อยและหนักมาก

สำหรับคุณครูเพราะต้องเตรียมการเรียนการสอนและยังต้องสอนเด็กทุกวันดังนั้นสิ่งที่สสคนดังได้มีการเสนอแนะไปนั้นจึงไม่ใช่สิ่งที่ควรทำและไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้องมากนักดูเด็กนักเรียนและคุณครูมองว่าควรจะมีการทำแบบสำรวจเด็กนักเรียนว่าไหวหรือไม่หากจะนำร่องโครงการเรียนทุกวันแบบนี้แต่เด็กส่วนใหญ่ก็บอกว่าในการเรียนการสอนที่เป็นอยู่ในตอนนี้ก็เครียดพออยู่แล้วซึ่งถ้าหากมีการเปิดการเรียนการสอนทุกวันโดยที่ไม่ได้หยุดเกรงว่า 

 อาจจะมีเด็กบางคนเกิดความเครียดมากเกินไปซึ่งอาจจะส่งผลให้เด็กฆ่าตัวตายได้

 

 

สนับสนุนโดย  ufabetcn