ผีจ้างหนัง

มีนาคม 24, 2020 by Tagged with:
Posted in: ประวัติ - ตำนาน

ผีจ้างหนัง

ผีจ้างหนังเป็นเรื่องเล่าขานกันมา และได้มีคนนำไปทำภาพยนตร์ขึ้นด้วยและตำนานนี้ได้เกิดขึ้นที่คำชะโนด คำชะโนดเป็นป่าที่มีเรื่องราวอาถรรพ์และเรื่องลี้ลับมากมายที่ทั้งชาวไทยและชาวลาวต่างให้ความนับถือ เชื่อกันว่าบริเวณนี้เป็นวังพญานาค และเป็นป่าแห่งเดียวที่มีต้นคำชะโนดมีอายุนับร้อยปี อยู่ในป่าคำชะโนดที่เดียวเท่านั้น

เรื่องเล่าจากผู้ที่ถูกจ้างมาฉายหนัง

จากการบอกเล่าของผ็ที่ถูกจ้างให้นำหนังมาฉายเกิดขึ้นในปี 2532 เริ่มแรกตันนั้นได้รับการว่าจ้างให้ไปฉายหนังในราคา 4000ให้ไปฉายหนังในงานวัดแถวๆป่าคำชะโนด และจะต้องฉายหนังให้ถึงตี4 ของวันถัดไปและจะต้องออกจากพื้นที่นั้นสว่างและเมื่อตอนเดินออกมานั้นห้ามหันหลังกลับไปมอง และหลังจากที่ตนนั้นได้รับค่ามัดจำเรียบร้อยจึงเตรียมอุปกรณ์ในการฉายหนังและไปกับลูกน้องอีก4คนรวมตนเองด้วยเป็น 5คน และได้ทำการเดินทางไปตามที่ผู้ว่าจ้างได้บอก เมื่อเดินทางมาใกล้ถึงบริเวณป่าก็ใกล้จะค่ำแล้ว แต่ต้นกับลูกน้องยังมองไม่เจอวัดที่จัดงาน

หรือบ้านคนเลยเพราะก็พยายามมองหาคนที่จะมารับก็ไม่มี จึงจอดรถคิดว่าจะกลับแล้วเข้ามาใหม่ แล้จู่ๆก็มีผู้หญิงสองคน สวมชุดดำเข้ามาเรียกแล้วบอกจะนำไปยังวัดที่จัดงานเอง แต่ก็แอบสงสัยว่าโผล่ออกมาจากไหน เมื่อเดินทางใกล้มาถึงบริเวณที่จะจัดงานกับไม่มีเสียงเพลง หรือเสียงการแสดงอาไรเลย เจอแต่ผู้คนในหมู่บ้าน ซึ่งผู้ชายจะสวมเสื้อสีขาว

ผู้หญิงจะใส่ชุดดำ และเมื่อมองด้วยก็สามารถแยกออกได้เลยว่าผู้ชายใส่ขาว ผู้หญิงใส่ดำแม้กระทั่งเด็ก และจึงรีบจักการตั้งจอหนัง และอุปกรณ์ต่างๆเสร็จ ระหว่างนั้นชาวบ้านก็ออกมานั่งดูหนังกันบ้างแล้ว แต่จะนั่งแยกชาย หญิงอีกเช่นกัน หนังที่ผู้ฉายเตรียมไปฉาย4เรื่อง และพอเริ่มจะฉายเรื่องที่สามเจ้าภาพได้นำข้าวต้มมาเลี้ยงพวกฉายหนังเป็นข้าวต้มใส่ถ้วยเล็กๆแต่รสชาติอร่อยมากเมื่อถึงตี 2หนังที่เตรียมมาฉายหมดผู้คนก็ทยอยกันกลับ และได้มีผู้หญิง2คนและได้ทำการจ่ายค่าจ้างที่เหลือด้วยเหรียญทั้งหมดและเมื่อถึงทางออกจึงได้ลงจากรถไป

และเมื่อหันหลังกลับไปมองไม่เจอใครอีกเลย และตนนั้นได้กลับมาถึงบริษัทก็ได้ทำการลื้อประวัติของผู้ว่าจ้างและได้สอบถามไปยังรายชื่อที่ตนมีและเจ้าตัวที่ถูกใช้ชื่อบอกว่าตนไม่เคยได้ว่าจ้างให้ไปฉายหนังที่ไหนเลย เจ้าของหนังก็กลับไปถามเจ้าอาวาสที่วัดสถานที่ตนนั้นไปฉายหนัง เจ้าอาวาสยังบอกอีกว่าวันนั้นไม่ได้มีงานเกิดขึ้น และเจ้าของหนังก็ยังสรุปไม่ได้ว่าใครกันแน่ที่ว่าจ้างตนนั้นไปฉายหนังมาจนถึงทุกวันนี้