ประวัติลอยกระทง

มกราคม 22, 2020 by Tagged with:
Posted in: ประเพณี

ประเพณีการลอยกระทงนั้นมีมาช้านานเพราะเป็นประเพณีที่สืบทอดต่อต่อกันมาโดยที่เรานั้นมีความเชื่อเรื่องการขอโทษพระแม่คงคาหรือว่าขอขมาพระแม่คงคงคาหรือว่าการสะเดาะเคราะห์การลองกระทงนั้นมักจะมีทุกๆเดือน 12 ของทุกๆปีซึ่งเป็นช่วงที่แม่น้ำลำคลองนั้นเต็มตลิ่งและผู้คนนั้นจะเข้าตามทำประเพณีทุกๆปี

จุดเด่นของการลอยกระทง

คือการลอยกระทงเป็นนักขัตฤกษ์รื่นเริงของคนทั่วไป  เมื่อเป็นพิธีหลวงนั้นเรียกว่า พระราชพิธีจองเปรียงลดชุดลอยโคมส่งน้ำ  และต่อมานั้นเรียกว่าลอยพระประทีป เพราะว่าประเพณีนี้มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย  เพราะว่าได้ปรากฏหลักฐานอยู่ในหนังสือตำหรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ และได้ทำต่อมาตลอดจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ พิธีการลอยกระทงเดิมทำกันในวันเพ็ญเดือน 11 และวันเพ็ญเดือน 12  โดยปัจจุบันพิธีการลอยกระทงเราสันนิฐานว่าได้มาจากอินเดียตามหลักพราหมณ์เชื่อกันว่าลอยกระทงเพื่อบูชาแม่น้ำคงคา อันศักดิ์สิทธ์ของอินเดียและลอยเพื่อบูชาพระผู้เป็นเจ้าคือ พระนารายณ์

และส่วนชาวพุทธหรือว่าคนไทยนั้นที่ลอยกระทงนั้นเป็นการที่เรานั้นขอโทษแม่น้ำคงคาและทำการขอขมาและการลอยกระทงของเรานั้นทำด้วยจากต้นกล้วย การที่เอาต้นกล้วยมาทำเป็นกระทงเพื่อเป็นการขอโทษแม่คงคาและด้วยการที่เรานั้นตบแต่งกระทงของเราให้สวยงามด้วยการที่เรานั้นตบแต่งให้สวยงามด้วยดอกไม้ จากนั้นเราจะมีธูปเทียนใส่ลงไปด้วย

และเดียวนี้การจัดงานประเพณีลอยกระลอยนั้นเริ่มมีการจัดอย่างยิ่งใหญ่และมีการประกวดนางมาศในแต่ละตำบลและแต่ละที่นั้นจะจัดงานวัดกันอย่างตื่นหูตื่นตากันอย่างมากอยู่ที่ว่าเดียวนี้ที่วัดไหนตรงไหนที่มีการนิยมไปกันมากวัดนั้นจะมีคนเข้าไปท่องเที่ยวกันอย่างมาก แต่เมื่อก่อนนั้นมีการจุดพุด้วยแต่ว่าเดียวนี้ด้วยกฏหมายนี้ไม่ให้มีการจุดพุเพื่อที่ลดการหลีกเลี่ยงอาการบาทเจ็บของเด็กๆเพราะว่าเด็กๆนั้นชอบเอามาเล่นและไม่ได้อยู่ในการดูแลของผู้ปกครองจึงทำให้เด็กนั้นที่เล่นเกิดอุบัติเหตุกันอย่างมาก

และโคมลอยฟ้าเมื่อก่อนหน้านั้นเคยมีการนิยมอย่างมากในการลอยกระทงแต่ด้วยว่าการที่เรานั้นปล่อยโคมนั้นเวลาที่ไปตกนั้นเคยไปตกที่กองหญ้าแล้วทำให้เกิดไฟไหม้ได้อย่างง่ายบางครั้งก็ไปตกที่บ้านเรือนจึงทำให้ไม่มีโคมลอย แต่ว่ามีเพียงแค่การลองกระทงอย่างเดียวและก็แข่งขันการประกวดกระทงสวยงามในแต่ละหมู่บ้านเพื่อที่จะชิงเงินรางวัลกัน แต่ประเพณีลอยกระทงก็ไม่เคยศูนย์หายไปไหนก็ยังคงอยู่จนถึงทุกวันนี้