ประวัติสวิตดี้ทรอส

ประวัติสวิตดี้ทรอส เมื่อพูดถึงตำนานของ สวิตดี้ทรอส ซึ่งเขาคือ ฆาตรกรโรคจิตที่ฆ่าคนเพื่อเอาเนื้อของคนที่ตายแล้วมาทำเป็นพาย โดยตำนานนี้มีขึ้นเมื่อช่วงของการครองราชย์ของ กษัตริย์จอร์จที่ 2 แห่งประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นช่วงที่ตรงกับคริสต์ศักราช 1756  โดยปีนี้เป็นปีที่  ฆาตรกรได้ถือกำเนิดขึ้นมา  ซึ่งพ่อแม่ของเขาตั้งชื่อให้เขาว่า สวิตดี้ทรอส นั่นเอง

 

อันที่จริงแล้วสาเหตุของการที่สวิตดี้ทรอสเอาขึ้นมาแล้วจิตใจชั่วร้ายวิปริต

 

ไม่ก็เพราะว่าในสมัยเด็กๆนั้นเขาถูกพ่อของเขาทำไรอยู่บ่อยครั้งเนื่องจากพ่อของเขานั้นเป็นพวกขี้เหล้าเมายาเวลาเมาเหล้าก็มักจะระบายอารมณ์ด้วยการทุบตีสวิตดี้ทรอสอยู่เป็นประจำส่วนแม่ที่มีอยู่ก็ไม่ช่วยเหลือเพราะกลัวว่าพ่อจะทุบตีจนเองด้วยหากไปช่วยเหลือลูกก็เลยทำให้กลายเป็นความฝังใจในวัยเด็กของเขานั่นเอง

         เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่ออยู่วันหนึ่งพ่อแม่ของสวิตดี้ทรอสก็หายออกจากบ้านไปโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาไปไหนและที่สำคัญสวิตดี้ทรอสไม่ได้เรารู้สึกเศร้าโศกเสียใจจากการจากไปของพ่อแม่ของเขาเลยดูเหมือนว่าเขาจะมีความรู้สึกยินดีพ่อแม่ของเขาไม่อยู่อีกด้วยซึ่งตอนที่พ่อแม่เขาหายออกจากบ้านนั้นเป็นช่วงที่ตอนนั้นสวิตดี้ทรอสมีอายุ 14 ปีแล้ว

หลังจากนั้นเขาก็หาเลี้ยงตัวเองมาโดยตลอดโดยใช้วิธีลักเล็กขโมยน้อยทำให้เขาต้องถูกตำรวจจับเข้าคุกอยู่บ่อยครั้งและในคุกนั่นเองเขาก็ได้รู้จักนักโทษคนหนึ่งซึ่งได้สอนให้เขานั้นตัดผมเป็นเพื่อนนำวิชาตัดผมมาเป็นอาชีพหาเลี้ยงตนเองได้

         หลังจากนั้นเมื่อสวิตดี้ทรอสพ้นโทษออกจากคุกมาเขาจึงได้มีการเปิดร้านตัดผมซึ่งเขาได้เลือกทำเลการเปิดร้านของเขาเอาไว้ใกล้ๆกับโบสถ์แห่งหนึ่งเลยร้านของเขานั้นอยู่ในกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษ  ร้านตัดผมของสวิตดี้ทรอสได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและเหมือนชีวิตเขาจะเป็นไปได้ดีเพราะนอกจากเขาจะเปิดร้านตัดผมแล้วก็ยังมีความรักกับหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งหญิงสาวคนดังกล่าวนั้นก็เปิดร้านขายเบเกอรี่อยู่ใกล้ๆกับร้านตัดผมของเขานั่นเอง

          อย่างไรก็ตามเรื่องราวมันเกิดขึ้นเมื่อมีลูกค้าเดินทางไปที่ร้านตัดผมแล้วเกิดไม่พอใจทรงผมที่ทางสวิตดี้ทรอสตัดให้เกิดการทะเลาะกันและสวิตดี้ทรอสก็ได้ลงมือทำร้ายลูกค้าคนดังกล่าวจนถึงแก่ความตายหลังจากนั้นเขาก็ได้นำศพไปซ่อนยังห้องใต้ดินภายในร้านของเขา แต่เมื่อนำศพไปซ่อนแล้วเขาไม่รู้จะทำลายหลักฐานยังไงเขาจึงได้มีการปรึกษากับแฟนผมเขาจนในที่สุดแฟนสาวเขา

ก็แนะนำให้แร่เนื้อศพออกเป็นชิ้นๆโดยเอาเนื้อของศพนั้นไปทำขนมไปขายส่วนโครงกระดูกของศพนั้นก็มีการลักลอบเอาไปเผาที่โบสถ์ที่อยู่ใกล้กับร้านตัดผมของสวิตดี้ทรอสนั่นเองเนื่องจากว่าในสมัยโบราณนั้นมีการขุดท่อขนาดใหญ่อยู่ใต้พื้นทำให้มีช่องที่จะสามารถเดินทางจากร้านของสวิตดี้ทรอสไปยังบทดังกล่าวได้นั่นเอง 

                อย่างไรก็ตามเรื่องนี้จบลงได้และตำรวจสามารถปรับตัวสวิตดี้ทรอสกับแฟนสาวของเขาได้เนื่องจากว่าร้านขายภายของแฟนสาวของเขานั้นขายดีทำให้พวกเขาจำเป็นต้องฆ่าคนเพิ่มโดยอาศัยลูกค้าที่มาตัดผมที่ร้านของสวิตดี้ทรอสจนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเกิดความสงสัยและสามารถจับกุมสวิตดี้ทรอสกับแฟนสาวของเขาได้ในที่สุดหลังจากนั้นพวกเขาก็ถูกตัดสินให้แขวนคอตายนั่นเอง

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.   gclub casinoทดลองเล่น

ตํานานหมู่บ้านลัดดาแลนด์หมู่บ้านอาถรรพ์ที่มีคนไปท้าพิสูจน์ผีกันมากที่สุด

หมู่บ้านอาถรรพ์ที่มีคนไปท้าพิสูจน์   มีเสียงเล่าลือเกี่ยวกับเรื่องของความอาถรรพ์และความน่ากลัวในหมู่บ้านร้างแห่งหนึ่งซึ่งหน้าหมู่บ้านนั้นมีป้ายชื่อว่าหมู่บ้านลัดดาแลนด์

หมู่บ้านแห่งนี้นั้นเป็นสถานที่เหล่าบรรดาวัยรุ่นที่ชอบความเสี่ยงและความท้าทายพากันเดินทางไปที่นี่ในช่วงเวลายามค่ำคืนเพื่อพิสูจน์ว่าเสียงเล่าเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของอาถรรพ์ความน่ากลัวของหมู่บ้านแห่งนี้นั้นเป็นเรื่องจริงหรือไม่

          เรียกได้ว่าเสียงเล่าลือถึงความน่ากลัวนั้นไม่ได้โด่งดังเพียงแค่เฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่เพียงเท่านั้นแต่กลับดังไปยังจังหวัดอื่นๆทั่วประเทศกันเลยทีเดียว

และแน่นอนว่าด้วยเสียงเล่าลือเสียงอ้างอิงถึงความอาถรรพ์ความน่ากลัวนี้เองที่ทำให้ได้มีการนำมาสู่การสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่องหมู่บ้านลัดดาแลนด์ซึ่งมีผู้คนเข้าไปชมภาพยนตร์เรื่องนี้กันเยอะมากเพราะต้องการทราบประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านลัดดาแลนด์แห่งนี้

        สำหรับตำนานความน่ากลัวของหมู่บ้านลัดดาแลนด์แห่งนี้นั้นว่ากันว่าหมู่บ้านแห่งนี้ตอนที่สร้างใหม่ๆนั้นมีแต่เหล่าบรรดาเศรษฐีและคนรวยมาซื้อบ้านในหมู่บ้านแห่งนี้อยู่จนเต็มไปหมด

แต่เราอยู่มาวันหนึ่งก็เกิดเหตุการณ์สยองขวัญเกิดขึ้นเมื่ออยู่ดีๆก็มีโจรมาขึ้นและได้ค่ะถ้าเจ้าของบ้านตายยกครัวทำให้ความอาถรรพ์นั้นเริ่มต้นขึ้นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาโดยบ้านหลังที่อยู่ใกล้กับบ้านที่ถูกฆ่าตายยกครัวนั้น

            มักจะได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลืออยู่ทุกคืนแต่บางคืนก็ได้ยินเป็นเสียงหัวเราะออกมาจากบ้านหลังที่ถูกฆาตกรรมที่บ้านหลังนั้นไม่มีใครอยู่อาศัยเลย และที่น่ากลัวไปกว่านั้นก็คือช่วงเวลายามโพล้เพล้มองไปที่บ้านหลังดังกล่าวจะเห็นว่าไฟในบ้านเปิดอยู่และบางครั้งก็จะเห็นครอบครัวที่ถูกฆาตกรรมพากันออกมาเล่นนอกบ้านและรดน้ำต้นไม้

           แน่นอนว่าหากใครเดินผ่านไปผ่านมาขณะที่วิญญาณดังนี้ออกมาข้างนอกบ้านก็จะถูกวิญญาณเหล่านี้หลอกหลอนจนในที่สุดหมู่บ้านแห่งนี้ก็มีแต่การย้ายออกและการเป็นหมู่บ้านร้างนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา     

   และเมื่อมีการย้ายออกจากหมู่บ้านจนทำให้หมู่บ้านโครงการนี้กลายเป็นโครงการล้านจึงทำให้เกิดตำนานเล่าลือกันความอาถรรพ์นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาซึ่งปัจจุบันนี้โครงการนี้ยังคงมีอยู่   และเวลาผ่านไปหลังจากนั้นอีก 10 ปีเจ้าของโครงการจึงได้กลับมาบูรณะซ่อมแซมโครงการนี้ขึ้นมาใหม่

            ทำให้มีผู้คนเริ่มเลือนเกี่ยวกับความอาถรรพ์ของหมู่บ้านแห่งนี้และกลับมากลายเป็นหมู่บ้านที่มีคนเข้ามาอยู่อาศัยกันเต็มหมู่บ้านเหมือนเดิมซึ่งปัจจุบันนี้เสียงเล่าลือเกี่ยวกับเรื่องของอาถรรพ์หมู่บ้านลัดดาแลนด์นั้นก็เงียบไปตามกาลเวลา    

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย   ufabetฝ่ายบริการ

สาเหตุที่เราเล่นดนตรี

หลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นมาในปัจจุบันนี้แน่นอนว่า  บางครั้งเราก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้เลยว่ามันเกิดมาจากอะไรมีสาเหตุความเป็นมาเป็นไปอย่างไร  สาเหตุที่เราเล่นดนตรี

ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องศึกษาทำความเข้าใจเองไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบนโลกของเราหรือแม้แต่เรื่องที่เกิดขึ้น บนอวกาศจักรวาลของเรานั้นล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องศึกษาไว้บนโลกของเรามีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมา

ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันนี้และในปัจจุบันผู้คนส่วนใหญ่มักจะให้ความสำคัญกับเรื่องของสุขภาพมากยิ่งขึ้นแน่นอนว่าสุขภาพตัวเราเป็นสิ่งที่เราควรจะต้องดูแลรักษาสุขภาพไม่ดีในการจะทำอะไรก็เป็นเรื่องยากไปหมด

แน่นอนว่าอย่างที่เราได้กลับไปคลังตอนเรื่องราว  เกี่ยวกับสุขภาพนั้นเป็นเรื่องที่เราทุกคนควรจะใส่ใจเอามากๆเนื่องจากว่าร่างกายเป็นสิ่งที่สำคัญ  ต่อการดำรงชีวิตอยู่มีชีวิตอยู่บนโลกของเราในปัจจุบันนี้วิธีการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่ตลอดเวลา  เป็นสิ่งที่จำเป็นและก็มีอยู่หลากหลายวิธีอย่างมากอย่างเช่นการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันเลวมากๆทานโปรตีนให้มากๆ

เคลื่อนไหวตัวอย่างต่อเนื่องหรือแม้แต่การลดน้ำหนักนั้นเองแต่ทว่าในวันนี้อีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจ  สำหรับการดูแลสุขภาพของเราเพื่อเป็นการเพิ่มพลังภูมิคุ้มกันโรคให้กับร่างกายมีวิธีง่ายๆอีกหนึ่งวิธีนั่นก็คือ  การเล่นดนตรีนั้นเองไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการเล่นดนตรีนั้นจะส่งผลต่อความแข็งแรงของร่างกายได้ด้วย

  จากผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยโจฮันเมือง แฟรงค์  เฟิร์ตประเทศเยอรมนี  ค้นพบว่าการที่ได้ร้องเพลงมีส่วนช่วยให้อารมณ์ผ่อนคลายและยังช่วยเสริมสร้างแอนติบอดีของร่างกายเพื่อช่วยในการป้องกันโรคต่างๆได้เป็นอย่างดี จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัย vehicle สหรัฐอเมริการะบุ  ว่าคนที่เล่นเครื่องดนตรีแบบเคาะจังหวะอย่างกลองและร้องเพลงตามไปด้วยร่างกายจะผลิตแอนติบอดีในปริมาณที่เข้มข้นกว่าคนที่ฟังเพลงเฉยๆอย่างนั้น  ลองหันมาเป็นนักดนตรีมือสมัครเล่นกันดีกว่าแน่นอนว่านอกจากวิธี ดังกล่าวที่กล่าวไปข้างต้นแล้ว 

ยังมีอีกมากมายหลายวิธีที่จะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้แก่ร่างกายของเราได้อย่างที่เรารู้ว่าในปัจจุบันนี้ไม่ได้นั่งอยู่เท่าไหร่นัก  และมันก็ไม่ได้เป็นมิตรกับเราเท่าที่ควรและสิ่งหลายอย่างทำให้เราได้เห็นว่าโลกของเรานั้น  มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมากโดยเพราะด้านของสิ่งแวดล้อมมลพิษต่างๆเกิดขึ้นมากมายรอบตัวของเรา

  ถ้าหากเราไม่รู้จักวิธีการรับมือหรือวิธีการป้องกันแน่นอนว่ามันไม่เป็นผลดีต่อร่างกายของเราซึ่งสิ่งนี้  อาจจะทำให้เราป่วยได้ง่ายและไม่แน่ว่าถ้าหากเกิดการสะสมไปเรื่อยๆร่างกายของเราก็จะอ่อนแอลงติดเชื้อต่างๆเพิ่มขึ้นมาอีกก็เป็นได้ 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.   เว็บพนันบอลฝากขั้นต่ำ 100

 

ตำนาน Everdream Thnis man หรือชายที่อยู่ในฝันของทุกคน

ซึ่งหลังจากที่มีผู้หญิงคนหนึ่งได้ไปรักษาตัวและได้มีผู้ชายอยู่อีกหนึ่งคนได้เข้ามาทำการรักษาในโรงพยาบาลทางจิตแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง  ตำนาน Everdream Thnis man และที่สำคัญไปกว่านั้นคือครั้งแรกที่ผู้ชายคนนี้ได้เข้ามาที่ห้องของหมอคนนี้เขาก็ได้เห็นรูปภาพที่ได้สเก็ตเอาไว้ถึงตกใจมากเลยว่าผู้ชายคนนี้เขาก็ได้เจอผู้ชายที่อยู่ในภาพสเก็ตเหมือนกับผู้หญิงคนแรกและได้เข้ามาหรอกเขาเหมือนกัน

ดังนั้นหลังจากเหตุการณ์ตรงนี้แล้วนายแพทย์เขาก็เกิดข้อสงสัยมาว่าจริงๆแล้วการที่เห็นชายคนนี้ในฝันหรือการเห็นบุคคลในลักษณะนี้ในความฝันเป็นโรคอาการทางจิตแบบใหม่หรือเปล่าหรือมันเป็นอะไรกันแน่เขาก็เลยได้ทักไปหาเพื่อที่เป็นแพทย์ของเขาเกี่ยวกับทางจิต

ปรากฏว่าเพื่อนของเขาก็ได้เจอคนที่มีอาการป่วยและเจอชายคนที่ฝันเหมือนกับที่หมอคนแรกเจอเลยอีกกว่า4เคสเลยและที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือตอนที่เราได้ไปค้นหาข้อมูลและเจาะลึกลงไปเรื่อยๆปรากฏว่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีเคสการพบเจอชายคนนี้ไม่ต่ำกว่า4,000เคสเลยด้วย

นอกจากนั้นหลังจากที่หมอสองท่านนี้เขาได้มีการพบเจอโรคอาการแปลกๆกว่านี้มากขึ้นเรื่อยๆเขาก็เลยมีการอีเมลไปถามโรงพยาบาลใกลๆแถวนั้นเกี่ยวกับอาการทางจิตหลอนเหล่านี้ว่าสรุปแล้วมันคืออะไรกันแน่แต่ได้มีหมอท่านหนึ่งเกิดมีไอเดียขึ้นมาเขายังได้บอกเอาไว้ว่าลองตั้งข้อมูลเว็บไซค์เกี่ยวกับ Everdream Thnis man คนนี้ไหมบางทีอาจจะให้ผู้ป่วยหลายคนหรือคนที่ไม่สามารถมาโรงพยาบาลได้

ซึ่งเขาก็ได้มีการแชร์เกี่ยวกับการพบเจอบุคคลนี้ในฝันและคุณหมอจะได้วินิจฉัยได้ว่าจริงๆแล้วชายคนนี้เป็นอาการป่วยทางจิตหรือเป็นอะไรกันแน่หลังจากที่ได้มีแนวคิดแบบนี้เขาก็มีการตั้งเว็บไซค์ของเจ้า Everdream Thnis manคนนี้ขึ้นมาอย่างจริงจัง

เนื่องจากนี้ก็ยังได้มีคนหลักร้อยหลักพันคนได้เข้าไปแชร์เรื่องราวของ Everdream Thnis manเหล่านี้เยอะแยะมากมายจากนั้นเราก็ได้เข้าไปตรวจสอบเว็บไซค์นั้นแล้วและมันก็มีเรื่องราวเยอะแยะมากมายแต่หลังจากที่เราได้ไปหามาปรากฏว่ามันมีอยู่หลายเหตุการณ์และเราคิดว่ามันน่าสนใจและน่ากลัวและมีความเป้นไปได้มากที่สุดเราขอไล่ไปทีละเรื่องแล้วกัน

โดยฝันตรงนี้ก็มีอยู่ว่าฝันว่าโดน Everdream Thnis manเข้ามาจีบเหตุการณ์ตรงนี้ฟังดูแล้วมันดูเหมือนจะตลกคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นความจริงใช่หรือไม่แต่เชื่อว่าเคสนี้มีมากกว่า500เคสเลยทีเดียว

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย    gclub สล็อตฟรี

ประวัติเมืองหิรัญเงินยางเชียงแสน เมืองในอดีตก่อนที่จะมาเป็นเมืองเชียงใหม่

ประวัติเมืองหิรัญเงินยางเชียงแสน  ที่จังหวัดเชียงรายในปัจจุบันตรงบริเวณที่อำเภอเชียงแสนมีภูเขาลูกหนึ่งซึ่งเป็นภูเขาขนาดใหญ่ซึ่งณปัจจุบันนี้เราเรียกเขาดังกล่าวว่าดอยตุง   ในปัจจุบันนี้ดอยตุงกลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอย่างมากของจังหวัดเชียงใหม่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเที่ยวที่ดอยตุงแห่งนี้เป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปีแต่ในสมัยอดีตกาลนั้นที่ดอยตุงแห่งนี้ยังไม่ได้มีการเรียกขานกันว่าดอยตุงแต่ที่นี่เคยเป็นเมืองมาก่อนซึ่งเมืองนี้มีชื่อเรียกว่าหิรัญเงินยวงเชียงแสนโดยเมืองนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณปีพุทธศักราช 1181

            มีตำนานพูดถึงเมืองหิรัญเงินยางเชียงแสนเอาไว้ว่าในช่วงนั้น พื้นที่ที่เคยเป็นเมืองหิรัญเงินยางเชียงแสน

นั้นยังไม่มีกษัตริย์คอยดูแลและปกครองเมือง ชาวบ้าน พากันอยู่อาศัยและปกครองกันเอง  มีอยู่วันหนึ่ง กษัตริย์ ของเมืองอื่นๆ จำเป็นต้องมารวมตัวกันเพื่อประชุมกัน โดยหัวข้อที่จะคุยกันนั้นเป็นเรื่องของการอยากตัดศักราชใหม่  แต่เนื่องจากที่ เมืองหิรัญเงินยางเชียงแสน ไม่มีหัวหน้าหรือเจ้าเมืองปกครอง  ทำให้พระยาอนิรุทธิ์

             จึงได้ไปทำการติดต่อร้องขอจากพระอินทร์ ว่า อยากให้ส่งใครก็ได้ช่วยมาปกครอง เมืองหิรัญเงินยางเชียงแสน แห่งนี้หน่อย ซึ่งในขณะนั้น เมืองหิรัญเงินยางเชียงแสน ยังไม่ได้มีการตั้งชื่อว่าเป็นเมืองหิรัญเงินยางเชียงแสน นี้เลย หลังจากที่พระอินทร์ ได้รับการร้องขอให้ช่วยเหลือเรื่องนี้ จึง ได้สั่งให้ พระยาลวจังกราช  ลงมาข่วยเหลือชาวบ้าน ด้วยการมาทำหน้าที่เป็นกษัตริย์ คอยปกครองเมืองหิรัญเงินยางเชียงแสน แห่งนี้นั่นเอง 

         ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่ากษัตริย์ที่ปกครองเมืองหิรัญเงินยางเชียงแสนนั้นก็คือเทพที่พระอินทร์ส่งมาดูแลชาวบ้านโดยมีการเล่าว่าในช่วงที่พระยาวลจังกราช เสด็จลงมาจากสวรรค์ นั้น องค์ที่พาบริวารของพระองค์และพระมเหสีของพระองค์ลงมาด้วยซึ่งตอนที่ลงมานั้นชาวเมืองทุกคนต่างก็เห็นว่าพระองค์พากันเดินลงบันไดซึ่งเป็นบันไดสีเงินจากสรวงสวรรค์ลงมาที่บริเวณยอดดอยของดอยตุง  ดังนั้นชาวเมืองจึงพากันเรียกขานเมืองนี้ว่าเมืองหิรัญเงินยางเชียงแสนนั่นเอง   และหลังจากนั้นก็มีการเปลี่ยนผู้ปกครองเมืองมากมายหลายพระองค์ตั้งแต่พญาลาวเม็ง    จนมาถึงพระยามังรายและมีการสร้างเป็นเมืองเชียงใหม่ขึ้นมาในช่วงสมัยของพญามังรายนั่นเอง

          อันนี้เป็นประวัติความเป็นมาที่มีการเล่ามาเป็นตำนานก่อนที่จะมีการสร้างเมืองหิรัญเงินยางเชียงแสน ซึ่งแน่นอนว่านี่คือตำนานบรรพบุรุษของพระเจ้ามังรายเลยก็ว่าได้

 

สนับสนุนโดย.   gclub สมัครสมาชิก

บริษัท Ford Thailand ระยอง จัดเต็มพนักงานเตรียมเฮ สิ้นปีทั้งโบนัสและเงินเพิ่ม

     บริษัท Ford Thailand  เมื่อวันที่ 27  เดือนพฤศจิกายน ปีพ.ศ  2563   ได้มีผู้ใช้ Facebook รายหนึ่งซึ่งระบุว่าตนเองนั้นเป็นพนักงานของบริษัทฟอร์ดไทยแลนด์ประจำสาขาที่จังหวัดระยอง  ซึ่งที่นี่จะเป็นสถานที่ตั้งของบริษัทฟอร์ดไทยแลนด์แมนูแฟคเจอริ่ง  ซึ่งเป็นบริษัท ย่อยในเครือของบริษัทฟอร์ด  ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับรถยนต์ Ford นั่นเอง

โดยบริษัทที่จังหวัดระยองนี้เป็นบริษัทที่ทำเกี่ยวกับเรื่องของชิ้นส่วนรถยนต์ให้กับบริษัทฟอร์ดโดยเฉพาะ โดยพนักงานคนดังกล่าวได้มีการโพสต์ว่าทางบริษัทฟอร์ดจะมีการให้โบนัสพนักงานในช่วงสิ้นปีสูงถึง 6.17 เดือนโดยจะพิจารณาจากประวัติการทำงานและอายุการทำงานอีกทั้งนอกจากจะได้โบนัสแล้วยังมีเงินโบนัสซึ่งจะได้รับอีกกันคนละ 15,000 บา บาท  ไม่ใช่เพียงเท่านี้เท่านั้นทุกคนยังจะได้รับเงินพิเศษรายละเอียดอีก 5,000 บาทอีกด้วยเรียกได้ว่าในสิ้นปีนี้พนักงานของบริษัทฟอร์ดจังหวัดระยองนั้นแทบจะได้เงินกันเป็นหลักแสนบาทเลยทีเดียว

    ทำให้พนักงานของบริษัทฟอร์ดสาขาระยองต่างก็ดีใจเป็นอย่างมาก  เนื่องจากสถานการณ์ในตอนนี้หลายบริษัทจำเป็นต้องปิดกิจการลงรวมถึงบาร์และบริษัทต้องลดจำนวนคนงานและลดเงินเดือนพนักงานลงซึ่งถึงแม้ว่าจะมีบริษัทอีกเป็นจำนวนมากที่ยังการได้ตามปกติแต่ก็ลดจำนวนโบนัสของพนักงานลงหรือบางที่ก็ไม่ออกโบนัสให้กับพนักงานเลยดังนั้นเมื่อมีบริษัท Ford สาขาระยองออกมาประกาศให้โบนัสพนักงานส่งถึงขนาดนี้ทำให้พนักงานที่ทำงานกับบริษัทฟอร์ดต่างก็ดีใจกันมากเลยทีเดียว 

          นอกจากนี้ยังมีการระบุอีกด้วยว่านอกจากโบนัสที่จะได้รับและเงินพิเศษที่จะได้รับแล้วยังมีแนวโน้มว่าในต้นปีหน้าทางบริษัทฟอร์ดไทยแลนด์ระยองจะทำการเพิ่มเงินเดือนให้กับพนักงานและลูกจ้างอีก 3 เปอร์เซ็นต์อีกด้วยที่สำคัญยังมีให้เบี้ยขยันอีก 1,300 บาทและยังมีบวกเงินเพิ่มให้อีกเดือนละ 100 บาทและถ้าเกิดว่าคนงานคนไหนที่จะใช้สวัสดิการบ้านพักก็สามารถที่จะเบิกค่าบ้านพักได้อีกคนละ 2,600 บาทซึ่งนับได้ว่าเป็นจำนวนเงินที่เยอะมากๆในการที่บริษัทฟอร์ดจะดูแลลูกจ้างของตนเอง

       อย่างไรก็ตามสำหรับข่าวนี้ยังไม่ได้รับการยืนยันมาจากทางบริษัทฟอร์ดไทยแลนด์สาขาระยองว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ซึ่งถ้าหากว่าเป็นเรื่องจริงก็น่าดีใจกับพนักงานของบริษัทฟอร์ดไทยแลนด์สาขาระยองเป็นอย่างมากเลยทีเดียว และถ้าหากว่าพนักงานของบริษัทของฟอร์ดได้รับเงินเดือนสูงแบบนี้จริงๆนั่นก็แสดงว่าสถานการณ์เศรษฐกิจทางการเงินของบริษัทฟอร์ดนั้นไม่มีปัญหาแต่อย่างใดเศรษฐกิจในประเทศไทยที่กำลังมีปัญหาในขณะนี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อบริษัทฟอร์ดนั่นเองจึงทำให้บริษัทฟอร์ดสามารถที่จะออกโบนัสและเพิ่มเงินเดือนให้กับพนักงานได้ในปริมาณที่สูงมากในขณะนี้ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีมากสำหรับพนักงานที่ทำงานให้กับบริษัทฟอร์ดนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.   UFABET เว็บหลัก

ตำนานขนมครก

 

            เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักขนมครกกันเป็นอย่างดีซึ่ง ตำนานขนมครก  นี้เป็นขนมที่มีมาตั้งแต่ในสมัยโบราณและได้มีเรื่องเล่าเกิดเป็นตำนานของขนมครกให้คนรุ่นหลังได้ฟังกันโดยตำนานขนมครกนี้มีเรื่องเล่าว่า ในสมัยก่อนนั้นมีชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งชื่อว่าไอ้กะทิได้เกิดลงรักกับสาวน้อยซึ่งเป็นลูกผู้ใหญ่บ้านที่มีฐานะร่ำรวยชื่อว่าหนูแป้ง  ทั้งสองคนพบกันในวันลอยกระทงและหลังจากพบกันแล้วก็ตกหลุมรักซึ่งกันและกันทั้งคู่สาบานกันว่าจะต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันให้ได้และจะอยู่ด้วยกันจนแก่จนเฒ่า

         อย่างไรก็ตามเนื่องจากว่าไอ้กะทินั้นเป็นเด็กที่มีฐานะยากจนทำให้ผู้ใหญ่บ้านรังเกียจและไม่ยอมยกหนูแป้งให้แต่งงานด้วยถึงแม้ว่าไอ้กระทิจะพยายามเก็บหอมรอมริบนำเงินไปสู่ขอหนูแป้งบ่อยแค่ไหนก็ตามทีแต่ก็ได้รับการกีดกันจากผู้ใหญ่บ้านอยู่ตลอดเวลาจนในที่สุดผู้ใหญ่บ้านก็ทนไม่ไหวจึงได้ยกหนูแป้งให้แต่งงานกับปลัดหนุ่มซึ่งมีฐานะเท่าเทียมกัน

     เมื่อไอ้กะทิรู้เรื่องก็ได้วิ่งไปหาหนูแป้งเพื่อจะยับยั้งการแต่งงานในครั้งนี้ซึ่งในขณะนั้นเอง ตำนานขนมครก ทางด้านผู้ใหญ่บ้านก็ได้มีการเตรียมหาทางป้องกันไม่ให้ไอ้กะทิทำรายงานแต่งงานของลูกสาวตนเองและหนูแป้งก็มาได้ยินแผนการของพ่อของตนเองด้วยกลัวว่าชายคนรักจะได้รับอันตรายเธอจึงรีบวิ่งไปหาชายคนรักเพื่อบอกกล่าวแผนการของพ่อของตนเองให้ชายคนรักได้รับรู้

      ระหว่างที่ทั้งคู่วิ่งมากำลังจะเจอกันอยู่นั้นปรากฏว่าหนูแป้งวิ่งไปตกหลุมซึ่งลูกน้องของผู้ใหญ่บ้านได้มีการขุดเอาไว้เพื่อเอาไว้ดักไอ้กะทิและเมื่อให้กะทิเห็นว่าหญิงคนรักตกลงไปในหลุมจึงกระโดดตามลงไปหวังจะช่วยหญิงคนรักในขณะนั้นเองลูกน้องของผู้ใหญ่บ้านเห็นว่าไอ้กะทิตกลงไปในหลุมคิดว่าไอ้กะทิตกลงไปคนเดียวจึงได้มีการปิดหลุมทันทีเพื่อต้องการฝังให้อทิตาอยู่ในหลุมดังกล่าว

        รุ่งเช้าผู้ใหญ่บ้านจึงให้ลูกน้องขุดหลุมขึ้นมา เพราะต้องการเห็นผลงานและเห็นศพของไอ้กะทิแต่ปรากฏว่าเมื่อมีการขุดหลุมขึ้นมาพบว่าลูกสาวของตนเองกับไอ้กะทินอนเสียชีวิตในลักษณะของท่ากอดกันเสียชีวิตนั่นเองทำให้ผู้ใหญ่บ้านเสียใจเป็นอย่างมากที่ขัดขวางความรักของลูกสาวของตนเองกับไอ้กะทิจนเหตุการณ์เศร้าสลดนี้เกิดขึ้น

     ดังนั้นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวบ้านจึงได้พากันสร้างอนุสรณ์ความรักระหว่างคนทั้งสองคนระหว่างไอ้กะทิกับหนูแป้งด้วยการทำขนมชนิดหนึ่งขึ้นมาโดยทำสืบทอดกันจนเป็นประเพณีซึ่งจะมีการทำขึ้นตรงกับวันที่ให้กะทิกับหนูแป้งเสียชีวิตนั่น

ก็คือจะทำทุกแรม 6 ค่ำเดือน 6 เรียกว่าเป็นประเพณีที่ชาวบ้านทำขึ้นมาเพื่อแสดงถึงความรักของหนุ่มสาวทั้งสองคนโดยเรียกประเพณีนี้หรือขนมนี้ว่าขนมแห่งความรักหรือขนมครกในปัจจุบันโดยนำแป้งและกะทินำมาผสมกันแล้วเทลงไปในหลุมซึ่งเป็นหลุมของขนมครกนั่นเองหลังจากนั้นก็จะมีการเอาขนมในหลุมนั้นขึ้นมาวางประกบกันเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าทั้งไอ้กะทิและแป้งได้อยู่ร่วมกันตลอดไปแล้วนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย.   ufabet ฝากถอน ไม่มีขั้นต่ำ ออโต้

ตำนานตะเกียงฟักทอง

            ตำนานตะเกียงฟักทอง หากพูดถึงตะเกียงฟักทองสำหรับคนไทยบางคนอาจจะไม่ค่อยรู้จักแต่สำหรับคนวัยรุ่นยังไม่รู้จักกันเป็นอย่างดีเนื่องจากว่าตะเกียงฟักทองนั้นจะมีบทบาทสำคัญในช่วงวันฮาโลวีน   และถ้าหากใครเคยชมภาพยนตร์เกี่ยวกับวันฮาโลวีนจะเห็นเรียกว่าตราต่างประเทศโดยอย่างยิ่งเฉพาะชาติตะวันตกเมื่อถึงช่วงเทศกาลวันฮาโลวีนตามบริเวณหน้าบ้านจะมีการแกะสลักฟักทองเป็นรูปผีและภายในฟักทองนั้นก็จะมีการนำไปประดับประดาเอาไว้ทำให้เกิดความน่ากลัวหากมีการนำมาแสดงในช่วงเวลายามค่ำคืนโดยสัญลักษณ์ตะเกียงฟักทองนั้นเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่านี่คือเทศกาลวันฮาโลวีนนั่นเอง 

          สำหรับตำนานการเกิดตะเกียงฟักทองนั้นมาจากชายผู้หนึ่งซึ่งเขาเป็นคนไอริช  เขาเป็นชายขี้เมา ตำนานตะเกียงฟักทอง และเมื่อถึงเวลาที่เขาจะต้องเสียชีวิตลงยังมาโทษก็ได้เดินทางมาหาเขาเพื่อจะมารับดวงวิญญาณของเขาไปยังนรก  แต่เขาใช้ปฏิภาณไหวพริบพูดคุยกับทางยมทูต โดยเอาได้หลอกล่อให้ยมทูตปีนขึ้นไปบนต้นแอปเปิ้ลเพื่อทำการเก็บแอปเปิ้ลมาให้เขาโดยเขาบอกกับยมทูตว่าหากเขาต้องเดินทางไปยังเมืองนรกเขาอยากจะมีอะไรกินระหว่างทาง เขาจึงร้องขอให้ยมทูตช่วยทำการเปลี่ยนรูป Apple ลงมาให้เขาสัก 10 ลูกซึ่งยมทูตก็ได้ปีนขึ้นต้นแอปเปิ้ลในระหว่างที่ปีนั้นเองปรากฏว่าชายคนดังกล่าวได้มีการสลักไม้กางเขนไว้ตรงบริเวณโคนต้นของต้นแอปเปิ้ลทำให้ยมทูตไม่สามารถลงจากต้นแอปเปิ้ลได้

         ดังนั้นใช้คนดังกล่าวจึงได้ทำข้อตกลงกับทางยมทูตว่าเขาจะทำการลบรูปไม้กางเขนออกหากอย่ามาโทษสัญญากับเขาว่าจะไม่มานำวิญญาณของเขาไปอีก  ยมทูตเมื่อเห็นดังนั้นจึงได้รับปากชายคนดังกล่าวซึ่งหลังจากที่มีการตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วใช่คนดังกล่าวก็ได้ลบรูปไม้กางเขนออกไปทำให้ยมทูตกลับไปยังเมืองนรกของตนเอง และเมื่อเวลาผ่านไปเป็นระยะเวลา 10 ปีก็ถึงคราวที่ชายคนดังกล่าวนั้นต้องเสียชีวิตลงแต่ยมทูตก็ไม่สามารถมาเอาวิญญาณของเขาไปยังเมืองนรกได้เพราะว่าเคยมีการรับปากกับชายคนนี้ไว้แล้วในขณะเดียวกันใช่คนนี้ก็ไม่ได้มีการทำบุญมากพอที่จะสามารถขึ้นไปบนสวรรค์ได้ทำให้วิญญาณของเขานั้นต้องเร่ร่อนอยู่ในโลกมนุษย์

        ด้วยความที่เขาเป็นวิญญาณที่ไม่มีใครต้องการจึงทำให้เขานั้นเกิดความรู้สึกเหงาจึงได้ไปหายมทูตแต่ยมฑูตก็ไม่สามารถรับตัวเขาไปด้วยได้และด้วยความสงสารจึงได้มอบฝ่ายวิญญาณให้เขามาก้อนหนึ่งซึ่งไฟนี้จะไม่สามารถทำได้เพื่อเขาจะได้ใช้สำหรับส่องเวลาที่จะเดินทางไปยังจุดที่หนาวเย็นและมืดมิดโดยไฟวิญญาณนั้นถูกใส่ไว้ในผักกาดซึ่งด้านในมีการควักไส้ออกหมดแล้ว

       และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาผู้คนจึงนำผักกาดมาควักไส้ออกและนำไฟใส่ไว้ด้านในเมื่อถึงเทศกาลวันฮาโลวีนแต่หลังจากนั้นเนื่องจากว่าผักกาดค่อนข้างหายากเช่า Iris จะมีการเปลี่ยนจากผักกาดมาเป็นฟักทองและตะเกียงฟักทองก็มีการแพร่ขยายเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา          

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย.   แจ้งฝาก-ถอน sbobet

ตำนานศาลเจ้าจิชู

 

             ตำนานศาลเจ้าจิชู  ที่ประเทศญี่ปุ่นมีศาลเจ้าแห่งหนึ่งตั้งอยู่ภายในวัดน้ำใสหรือคนญี่ปุ่นรู้จักกันดีในชื่อในวัด คิโยะมิสึ   โดยวัดแห่งนี้นั้นเป็นวัดที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงมากในประเทศญี่ปุ่น   โดยผู้คนส่วนใหญ่ที่เดินทางมาที่วัดแห่งนี้นั้นต้องการที่จะมาขอพรเกี่ยวกับเรื่องของความรักโดยมีความเชื่อกันว่าหากใครก็ตามที่ต้องการให้ความรักของตนเองสมหวังนั้นมาขอพรที่วัดแห่งนี้จะสมหวังตามที่ขอนั่นเอง

          ทำให้ในแต่ละวันนั้นเราจะเห็นคนญี่ปุ่นที่เป็นคนหนุ่มสาวต่างก็พาเดินทางมาขอพรกันที่วัดแห่งนี้มากมายเต็มไปหมด  ซึ่งอันที่จริงแล้วมันคือความเชื่อและเป็นความหวังของคนเพียงเท่านั้นเพราะที่จริงแล้วแม้แต่การมาขอพรที่ศาลเจ้าจิชูแห่งนี้นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีการสมหวังทุกคนไปเพราะบางคนที่มาขอพรอาจจะสมหวังแต่ก็มีบางคนที่ผิดหวังเหมือนกัน

 

           อย่างไรก็ตามที่ศาลเจ้าแห่งนี้นั้นไม่ได้มีแค่ความเชื่อเรื่องของความสมหวังด้านความรักเพียงเท่านั้น. ตำนานศาลเจ้าจิชู   แต่ที่นี่ยังมีตำนานความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องของพิธีสาปแช่งอีกด้วย  โดยตำนานเล่ากันว่าตรงบริเวณใกล้ๆกับศาลเจ้านั้นจะมีต้นไม้ต้นหนึ่งซึ่งชาวบ้านเชื่อว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์และความเชื่อหรือตำนานที่มีการเล่าต่อๆกันมา

         นั่นก็คือหากใครต้องการที่จะสาปแช่งศัตรูคู่อาฆาตแล้วเราก็ให้นำตุ๊กตาฟางมาทำการตอกติดเอาไว้กับต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้  โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องไม่มีใครเห็นขั้นตอนการตอกตุ๊กตาฟาง และต้องไม่มีใครเห็นตะปูที่ใช้ตอกตุ๊กตาฟางเอาไว้ซึ่งจะต้องทำแบบนี้เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 7 วันติดต่อกันและถ้าหากทำได้ผลของการสาปแช่งนั้นก็จะบรรลุสำเร็จนั่นเอง 

          ดังนั้นถ้าหากใครได้มีโอกาสทันไปที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์แห่งนั้นจะเห็นได้ว่าที่ลำต้นของต้นไม้นั้นจะมีรูซึ่งเป็นร่องรอยการตอกตะปูเต็มไปหมดนั่นเองซึ่งพิธีกรรม สาปแช่งที่ศาลเจ้าเมจิชูริมีชื่อเรียกว่า อุชิ โน โคะคุไมริ  สำหรับเงื่อนไขของการสาปแช่งเพิ่มเติมก็คือจะต้องมาทำพิธีออกมาปูในช่วงเวลา 02:00 น เพียงเท่านั้นหากช่วงเวลาอื่นก็จะไม่สามารถทำให้พิธีนั้นสัมฤทธิ์ผลได้เช่นเดียวกัน 

       อย่างไรก็ตามมันเป็นเพียงแค่ตำนานความเชื่อที่มีการเล่าต่อๆกันมาเพียงเท่านั้นแต่คนในโลกปัจจุบันนั้นไม่มีใครสามารถยืนยันได้ว่าหากมีการทำพิธีสาปแช่งแล้วจะได้สัมฤทธิ์ผลเหมือนกับที่ขอหรือไม่   อย่างไรก็ตามปัจจุบันนี้แทบจะไม่มีใครมาทำพิธีสาปแช่งที่ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์กันแล้วแต่ยังคงทิ้งร่องรอยของการตอกตะปูเอาไว้ให้เห็นว่าเคยมีคนเชื่อและทำตามตำนานนี้กันเป็นจำนวนมากนั่นเอง 

 

 

สนับสนุนโดย.    Ufabet เข้าสู่ระบบ

ตำนานผีลิ้นยาว เท็นโจนาเมะ

ตำนานของ เท็นโจนาเมะ หรือตำนานของผีลิ้นยาว

เป็นตำนานเก่าแก่ของประเทศญี่ปุ่น  ซึ่งตำนานนี้มีการบอกเล่าถึงวิญญาณชนิดหนึ่งซึ่งมีลักษณะที่มีลิ้นที่ยาวมากและที่สำคัญมันชอบอาศัยอยู่ในบ้านร้างหรือในสถานที่ที่ไม่มีคนอยู่และแน่นอนว่ามันมักจะอยู่ในสถานที่ที่มีความสกปรกและอาศัยอยู่ตามฝ้าเพดาน

      สำหรับเรื่องราวของ เท็นโจนาเมะ หรือผีลิ้นยาวนั้นว่ากันว่ามันไม่ได้มีพิษมีภัยและไม่ได้มีอันตรายต่อมนุษย์เพียงแต่ว่ามันมีนิสัยชอบกินของสกปรกและชอบเลียคราบสกปรกนั้นเอง  หากไปที่รักษาทำความสะอาดบ้านอยู่เสมอจะไม่เห็นเทนโจมาเนะอย่างแน่นอนแต่ถ้าหากบ้านไหนมีแต่ความสกปรกอาจจะเห็นว่า เท็นโจนาเมะ จะมาปรากฏตัวให้คุณเห็นก็ได้เพราะมันจะมาเรียคราบสกปรกของบ้านของคุณนั่นเองว่ากันว่ามีคนเคยเห็นว่า เท็นโจนาเมะ ใช้ลิ้นที่ยาวของมันเรียกจากพื้นบ้านขึ้นไปบนเพดานเลยทีเดียว

 

     ดังนั้นถ้าหากไกลไม่ได้หวาดกลัวผี  ก็ไม่ควรที่ตะกั่วป่าเท็นโจนาเมะ เพราะ จะเห็นได้ว่ามันมาช่วยคุณทำความสะอาดเพดานบ้านเพราะมันจะมาเรียนสิ่งสกปรกภายในบ้านของคุณให้แต่อย่างไรก็ตามถ้าหากบ้านไหนมีเท็นโจนาเมะ มาอาศัยอยู่ด้วยและคุณอยากจะขับไล่มันออกไปกับบ้านของคุณแล้วแล้วก็วิธีการขับไล่เท็นโจนาเมะ นั้น ไ่ม่ยาก

นั่นก็เพราะว่าตามตำนานบอกว่าเท็นโจนาเมะ นั้นมันไม่ชอบไฟ  เรียกได้ว่าไฟทุกชนิดมันกลัวทั้งหมดถึงแม้ว่าจะเป็นไฟจากแสงไฟนีออนหรือแม้แต่การจุดเทียน  รวมถึงการฝึกไฟจากเตาผิง  เท็นโจนาเมะ  จะหวาดกลัว จากแสงไฟเหล่านี้ทั้งหมด 

 

วิธีการกำจัด  ผีลิ้นยาว หรือ เท็นโจนาเมะ

คุณก็แค่เพียงแค่ทำบ้านของคุณให้สะอาดอยู่เสมอและที่สำคัญเปิดไฟให้มีความสว่างอยู่ตลอดเวลารับรองได้เลยว่าบ้านของคุณจะไม่มีเท็นโจนาเมะ อย่างแน่นอนแต่ถ้าใครอยากจะให้เจ้าผีลิ้นยาวตัวนี้มาช่วยคุณทำความสะอาดบ้านแล้วก็คุณก็แค่พยายามทำให้บ้านของคุณนั้นมืดให้มากที่สุดพยายามอย่าเปิดไฟแค่นี้มันก็จะอยู่กับคุณแล้ว

        สำหรับตำนานเรื่องเล่าของ เท็นโจนาเมะ นั้นเชื่อว่าน่าจะเป็นกลอุบายของคนในสมัยโบราณที่ต้องการให้ลูกหลานของตนเองนั้นรักษาความสะอาดบ้านและได้อ้างถึงภูตผีปีศาจรวมถึงอ้างถึงผีลิ้นยาว  เพราะถ้าหากใคร กลัวผีพวกเขาก็ต้องมีการทำความสะอาดบ้านและทำให้บ้านนั้นโปร่งโล่งสบายนั่นเอง 

 

สนับสนุนโดย.  gclubฟรี500